‘พระพาย’จากเด็กอ้วนดำ สู่นางเอกคนสวยแห่งช่อง7HD


‘พระพาย’จากเด็กอ้วนดำสู่นางเอกคนสวยแห่งช่อง7HD – กําลังร่ายบทบาทเวิร์กกิ้งวูแม่นในละคร “ฟ้ามีตะวัน” ทางช่อง 7 HD กับตัวละครที่ชื่อ ‘นัยน์นภา’ สำหรับนางเอกสาว ‘พระพาย’ รมิดา ธีรพัฒน์ โดยปะทะบทบาทกับพระเอกหนุ่ม ‘โดนัท’ ภัทรพลฒ์ เดชพงษ์ วรานนท์ งานนี้เรียกว่าเคมีดี แฟนๆ จับคู่จิ้นตั้งแต่ละครยังไม่ออนแอร์

วันนี้จังหวะดี นัดแนะนางเอกสาว ‘พระพาย’ มาพูดคุยทำความรู้จัก

เข้าสู่วงการบันเทิงมาได้อย่างไร?

พระพาย – “ต้องย้อนไปสมัยช่วงเรียนอยู่ม.6 ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ ตอนนั้นมีเว็บไซต์ชื่อดัง เว็บ Dek-D มาโรดทัวร์ที่โรงเรียน พอเขาเห็นเราก็เลยติดต่อไปลงคอลัมน์เด็กดีไอดอล (Dek-D Idol) จากนั้นก็มีแมวมองมาเห็นเลยได้เล่นเอ็มวี แต่สุดท้ายแล้วมาจากเฟซบุ๊กที่คุณแม่ลงรูปครอบครัวตอนไปเที่ยว แล้วเพื่อนคุณแม่เห็นบอกว่าน้องน่ารักดี สนใจเข้ามาอ่านคั่นรายการที่ช่อง 7 มั้ย ตอนแรกไม่ได้จะมาเป็นนักแสดง กะว่าจะมาเป็นแค่ผู้ประกาศรายการ แต่พอเอ็นทรานซ์ติด วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ภาคภาษาอังกฤษ มีที่เรียนแล้ว ก็เลยได้มาทำงานตรงนี้ ซึ่งการเข้ามาทำงานในวงการ ครอบครัวสนับสนุนเต็มที่ค่ะ”

ส่วนตัวคิดว่าเราฉายแววอะไรบ้าง ผู้ใหญ่ถึงหยิบยื่นโอกาส ให้เรา?

พระพาย – “อาจจะเป็นด้วยเรื่องบุคลิกหรือหน้าตาที่ผู้ใหญ่เห็นแล้วว่าอาจจะเหมาะ ก็ต้องขอบคุณผู้ใหญ่ที่เอ็นดูแล้วก็ให้โอกาสค่ะ แต่ตัวหนูเองยังรู้สึกว่ายังต้องมีอะไรที่เรียนรู้และปรับปรุงต่อไปค่ะ”

พระพายมีพี่น้องกี่คน?

พระพาย – “มีพี่ชายค่ะ ชื่อภูเขา ส่วนชื่อพระพาย จริงๆ มีความหมายนะคะ พระพายเป็นพ่อหนุมานแปลว่าเป็นเทพแห่งลม คุณพ่อ คุณแม่ชอบธรรมชาติ ก็เลยตั้งชื่อให้คล้องจองกับภูเขา ก็เลยกลายเป็น พระพายค่ะ”

เข้าวงการมากี่ปีแล้ว?

พระพาย – “4-5 ปีได้แล้วค่ะ ด้วยความที่ทำงานไปด้วยเรียนไปด้วย ก็รับละครได้แค่ปีละเรื่อง ฟ้ามีตะวัน เป็นเรื่องที่ 5 ค่ะ พอเรียนปีสุดท้ายนี่คือไม่ได้รับเลย เอาให้จบมหา’ลัยก่อนแล้วค่อยรับ ซึ่งตอนนี้เรียนจบเรียบร้อยแล้ว ส่วนสัญญากับช่อง 7 ก็อยู่ไปเรื่อยๆ ค่ะ ตามที่ผู้ใหญ่เคยคุยกับเราไว้”

ก่อนเข้าวงการเรามีมุมมองต่อวงการบันเทิงยังไง?

พระพาย – “ก่อนที่เข้ามาในวงการบันเทิงไม่คิดว่าตัวเองจะมาทำงานตรงนี้ เพราะตอนเด็กๆ ค่อนข้างอ้วนและดำ ไม่ได้มีอะไรเลย ตอนนั้นก็มองงานในวงการว่าเป็นงานที่สนุก มีแต่คนดูแลดารา ดูสบายจัง ได้เงินเยอะด้วย แล้วก็ได้เจอเพื่อนได้เล่นกับเพื่อน แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ พอมาทำเข้าจริงๆ โอ้โหเหนื่อยมากค่ะ เหนื่อยมากจริงๆ แล้วก็เข้าใจแล้วว่าการเป็นอาชีพนักแสดง มันต้องใช้สปิริตค่อนข้างสูง ใช้ความคิดข้างในหัวค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบกับการใช้แรงใช้กำลัง ความคิดมุมมองต่อวงการบันเทิงเปลี่ยนไปเลยเมื่อเราได้มาอยู่ในวงการบันเทิงจริงๆ (หัวเราะ)”

ตอนนี้มีผลงานละครเรื่อง “ฟ้ามีตะวัน” ที่กำลังออนแอร์อยู่ บทบาทในเรื่องเป็นอย่างไร?

พระพาย – “เรื่องนี้หนูรับบทเป็น ‘นัยน์นภา’ เป็นลูกสาวของคุณปารมีเจ้าของบริษัทสุริยการ เป็นเจ้าของคราวน์ไดมอนด์ ร้านเครื่องเพชร มีพ่อคนเดียวกันกับฝั่งพระเอก แต่หนูเป็นคนที่ถูกเก็บมาเลี้ยง โดย นัยน์นภา จะเป็นเวิร์กกิ้งวูแม่น กล้าคิดกล้าตัดสินใจ เด็ดขาด แล้วก็เป็นคนที่รักความยุติธรรม ไม่โกหก ไม่คดโกง”

คาแร็กเตอร์ในละคร แตกต่างหรือเหมือนกับตัวเรายังไงบ้าง?

พระพาย – “เหมือนในส่วนที่เขาเป็นคนยุติธรรม เป็นคนไม่หูเบา ใครจะพูดอะไรเขาจะต้องได้ยินได้เห็นกับตัวเองจริงๆ เขาถึงจะเชื่อ อันนี้คือส่วนที่ตรง ส่วนที่ไม่ตรงคือด้วยที่วุฒิภาวะและหน้าที่การงานหลายๆ อย่างที่นัยน์นภาเขาอาจจะไม่เหมือนกับในชีวิตจริงหนู เพราะในชีวิตจริงเราแค่ 23 ปีเอง อาจจะยังไม่ได้เป็นผู้บริหารบริษัทที่สูงขนาดนั้น”

ยากไหมกับบทบาทนี้ที่จะต้องถ่ายทอด?

พระพาย – “แรกๆ มีกดดัน แต่มันก็ไม่ได้ยากเกินกว่านักแสดงจะทำได้ และความที่เรามีพี่เติ้ล (ตะวัน จารุจินดา) ผู้กำกับฯ คอยช่วยคอยแนะนำ พี่เติ้ลจะทำให้พายรู้สึกเชื่อในตัวเอง เชื่อในนัยน์นภาว่าเราจะทำออกมาได้ดี เขาจะคอยไกด์ไลน์ด้วยคำพูดเขา หลายๆ อย่างก็จะทำให้ทุกอย่างผ่านไปได้ง่ายขึ้นค่ะ”

เรื่องนี้จะต้องเชือดเฉือนฟาดฟันกับหลายตัวละคร?

พระพาย – “ใช่ค่ะ ที่มากสุดน่าจะกับพี่เจี๊ยบ พิจิตตรา ในเรื่องนี้พี่เจี๊ยบพลิกมาร้าย แต่นอกจอพี่เจี๊ยบคือนางฟ้าแห่งกองถ่าย น่ารักมากจริงๆ เป็นคนที่อ่อนหวาน เป็นผู้หญิงในอุดมคติ”

เรื่องนี้ได้ร่วมงานกับ ‘โดนัท ภัทรพลฒ์’ เป็นยังไงบ้าง?

พระพาย – “ก็ดีค่ะ โดนัทอายุใกล้ๆ กัน ก็เลยไม่เกร็งอะไรมาก ก็เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่างไปด้วยกัน แต่โดนัทเขามีภาษีมากกว่า หมายถึงชั่วโมงบินในการแสดง เขาเข้าวงการมาก่อนหนู ก็เลยมีโอกาสได้ทำหลายๆ อย่างมากกว่า แต่ด้วยวัยที่ใกล้เคียงกัน ก็เหมือนทำอะไรไปด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยร่วมงานกับโดนัท มาก่อน เป็นละครสั้นละครเทิด พระเกียรติ เหมือนกำลังจะสนิทกันแล้ว แต่ว่าถ่ายเสร็จซะก่อน เรื่องนี้เป็นละครยาวเรื่องแรกที่ได้เล่นคู่กับโดนัท ก็เลยสนิทกันค่ะ เพราะจะต้องเจอกันทุกฉาก ทุกวัน แล้วค่อนข้างใกล้ชิดกันด้วย ด้วยเนื้อเรื่องด้วยบทและกิจกรรมโปรโมตละครหลายๆ อย่างที่เราจะต้องไปทำด้วยกัน”

มีแฟนๆ จับจิ้นตั้งแต่ละครยังไม่ออนแอร์ เห็นกระแสตรงนี้บ้างหรือเปล่า?

พระพาย – “ค่ะ ก็เห็นบ้าง ก็ดีใจที่คุณผู้ชมเชียร์ แล้วก็ให้กำลังใจ ก็อย่าลืมติดตามกันด้วยนะคะ (หัวเราะ)”

เรื่องนี้มีเลิฟซีนด้วย?

พระพาย – “มีค่ะ ละครพี่เติ้ลไม่พลาดค่ะ พี่เขาเป็นคน ละเอียดมาก แล้วแต่ละซีนเขาตั้งใจทำมากจริงๆ ไม่รู้ว่าละครจะตัดออกมายังไงบ้าง ก็เลยยังไม่กล้าพูดเพราะยังไม่เห็น แต่ก็ฝากติดตามทุกซีนเลยนะคะ (หัวเราะ)”

นอกจากผลงานเรื่องนี้แล้ว มีผลงาน อื่นๆ อะไรให้แฟนๆ ติดตามบ้าง?

พระพาย – “มีละครอีกเรื่อง กำลังจะเปิดกล้องเรื่อง กรงน้ำผึ้ง ทางช่อง 7 เล่นคู่กับ พี่เวียร์ ศุกลวัฒน์ มีการฟิตติ้งไปแล้ว กำลังรอดูว่าจะเปิดกล้องเมื่อไหร่ หนูก็จะพยายามทำ เต็มที่ค่ะ ฝากคนดูให้กำลังใจแล้วก็รอรับชมด้วยนะคะ”

หลังจากนี้มีการวางแผนงานในวงการไว้ยังไงบ้าง?

พระพาย – “ด้วยความที่เพิ่งเรียนจบเลยทำให้หนูยังสับสน หนูมองว่าอาชีพที่หนูทำอยู่ตรงนี้ใหม่มากเลย ยังรู้สึกตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เล่นละครไปออกกอง แต่ในอนาคตมองว่าถ้าผู้ใหญ่ยังให้โอกาส แล้วเรายังรู้สึกว่ามีคนรักเรา แล้วเราแฮปปี้ที่จะอยู่ตรงนี้ หนูก็จะทำต่อไปให้เต็มที่ค่ะ แล้วก็มีวางแผนจะไปเรียนต่อเมืองนอก แต่ต้องดูว่างานที่นี่กับโอกาสที่เราจะต้องเสียไปกับการไปเรียนต่อมันเท่ากันมั้ย แล้วกระแสที่ตอบรับที่ได้จากละครเรื่องนี้ ถ้าเราไปตอนนี้ปุ๊บ แล้วมันหายไปเลยมันกลับมาไม่ได้อีก ก็อาจจะต้องอยู่ก่อน ต้องดูหลายอย่างค่ะ ยังพูดไม่ได้เพราะหนูเองก็ยังใหม่มากเลย”

แต่ส่วนตัวมีความคิดอยากจะไปเรียนต่อ?

พระพาย – “ค่ะ อยากไปเรียนต่อ และอยากทำธุรกิจเป็นของตัวเองด้วย จริงๆ การเล่นละครก็เป็นอาชีพหลักของเราแหละ แต่เราก็อยากทำอย่างอื่นที่สามารถอยู่กับเราได้ในระยะยาว ไม่ว่าเราจะเปลี่ยนแปลงทางด้านอายุ รูปร่าง ผิวพรรณ หน้าตา ซึ่งมันเป็นสิ่งที่ไม่ได้อยู่คงทนกับเรา เราก็ต้องหาอะไรที่รองรับตรงนั้นไว้ด้วย”

ในขณะที่เราเป็นนักแสดงอยู่ มีบทบาทไหนไหมที่อยากทำ?

พระพาย – “จริงๆ มีหลายบทมากเลยที่อยากเล่น หนูเล่นละครมา 5 เรื่อง มีแต่บทเด็กผู้หญิง มีเรื่องนี้ที่โตที่สุดแล้ว เรื่องอื่นๆ จะเป็นเด็กโดนกลั่นแกล้ง ร้องไห้เป็นคนดี แต่เรื่องนี้ก็ยังโดนกลั่นแกล้ง อยู่นะคะ แค่โตขึ้น คือหนูอยากจะเล่นเป็นนางร้าย หรือเป็นคนบ้าไปเลย หรือเล่นเป็นฆาตกร คนโรคจิต ก็เป็นอะไรที่น่าท้าทายดี คือบทบาทที่ผ่านมาเราโดนกระทำมาตลอด เลยอยากเป็นผู้กระทำบ้าง เล่นร้ายต้องใช้จินตนาการอินเนอร์เยอะ จะต้องชัดเจน ดวงตาท่าทางการพูดจะต้องมา ก็จะยากนิดหนึ่งค่ะ แต่ก็อยากลอง”

พูดถึงงานไปแล้วมาพูดถึงหัวใจบ้าง ตอนนี้เป็นยังไง?

พระพาย – “โสดค่ะ แต่ก็มีคนเข้ามาคุย มีคุยอยู่ค่ะ ก็ไม่ได้คุยกันว่าเป็นแฟน พูดตรงๆ ว่ามีคุยบ้าง คนวัยหนูจะไม่มีเลยหนูว่าก็แปลกนิดนึง คนที่คุยก็เป็นคนนอกวงการ ในวงการไม่มีค่ะ”

มองไว้ว่าจะต้องเป็นหนุ่มนอกวงการเท่านั้น?

พระพาย – “เรื่องพวกนี้กำหนดไม่ได้หรอกค่ะ แต่หนูจะชอบคนที่คาแร็กเตอร์มากกว่า จะดูว่าคาแร็กเตอร์เขาเป็นยังไง ต้องรู้จักกันก่อนถึงจะชอบเขา”

อันนี้คือรวมเป็นสเป๊กของเราได้ไหม?

พระพาย – “ใช่ค่ะ เป็นคนที่ไม่ได้เห็นปุ๊บแล้วชอบทันที ยังไงต้องรู้จักกันก่อน ต้องดูทัศนคติ ว่าเขาเจอปัญหาตรงหน้าแล้วจะแก้มัน ยังไงประมาณนี้ค่ะ มันเป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคน อาจจะมองข้าม แต่สำหรับหนู หนูว่ามันสำคัญมาก หนูก็เลยค่อนข้างจะชอบรู้จักเขาก่อนค่ะ ส่วนเรื่องอายุ ไม่เกี่ยว อาจจะเกี่ยวนิดนึงตรงที่บางคนก็อยู่ที่วุฒิภาวะด้วย อาจจะไม่ได้บอกที่ตัวเลขก็ได้ มันอยู่ที่ประสบการณ์ที่เขาเจอ ถ้าเขาอายุน้อยแล้วเขาทำงานมาเยอะ ทัศนคติเขาก็จะโตเป็นผู้ใหญ่ จะเข้าใจเรา รู้ว่าทำงานมันเหนื่อย เลิกไม่เป็นเวลา”

พูดถึงนิยามความรักของพระพาย

พระพาย – “นิยามเหรอคะ อืม หนูนิยามความรักได้ตอนนี้คือความรักที่คุณพ่อคุณแม่มีให้หนู และความรักที่หนูมีให้คุณพ่อคุณแม่ แต่ถ้าเป็นรักที่หนูให้คนอื่นหนูรู้สึกว่าหนูยังไม่รู้จักมัน ยังไม่สามารถอธิบายได้ค่ะ”

อชริญา บุญชู

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4941270
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_4941270