สู้เพื่อความฝัน! “ลำเพลิน วงศกร” ไม่ยึดติดชื่อเสียง “วันเดอร์เฟรม” ลั่นโสดสนิท ยิ่งโตยิ่งคิดเยอะ


เป็นมายังไงหมอลำกับแร็ปถึงมาเจอกันได้

ก่อนหน้าที่จะมาร่วมงานกัน ลำเพลินมีเสิร์ชกูเกิลหาข้อมูลอีกฝ่ายก่อนมั้ย “รู้จักเขาอยู่แล้ว รู้ว่าเขาเป็นใครแต่เขาไม่รู้จักผม”

วันเดอร์เฟรม รีบบอก “รู้จักๆอยู่ แต่ไม่รู้จักกันส่วนตัว”

ต้องมาฟีตกับลำเพลินรู้สึกยังไงบ้าง

วันเดอร์เฟรม “เขาไม่ให้แร็ป ให้ร้องอย่างเดียว (หัวเราะ) ไม่ขัดใจก็ชอบ รู้สึกเป็นอะไรที่ใหม่มากๆ เคยเอาศิลปินลูกทุ่งมาฟีตกับเรา แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่เรามาฟีตกับเค้า จริงๆ เรารู้จักเขาตั้งแต่ห่อหมกฮวกแล้วล่ะ ขึ้นไปรับรางวัลงาน JOOX จำได้เป็นคนเบลอๆ (หัวเราะ) งงๆ จำได้ๆตัวจริงก็งงจริงๆ”

มีคำถามในใจทำไมงงหนักขนาดนี้ “เขาอาจจะนอนน้อย (หัวเราะ)”

ลำเพลินเราเป็นคนงงๆจริงมั้ย ลำเพลิน “ผมไม่ได้งงครับ รู้เรื่องอยู่ ฟังอยู่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ใช้ความคิดอยู่ อ่อๆ ประมวลผลนานนั่นเอง”

ลำเพลิน “คือต้องบอกว่า ไม่ใช่แค่เฟรมไม่รู้ ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ต้องไปถ่ายที่แบบนั้น แต่ผมจะชินดินฟ้าอากาศ สิ่งที่เกิดขึ้นในเอ็มวีคือสิ่งที่ผมผ่านมาแล้วแต่เฟรมไม่เคยเจอเลย”

วันเดอร์เฟรม “ครั้งแรก ตื่นตาตื่นใจแต่ก็ร้อนมาก กลับตัวก็ไม่ได้ กลับบ้านก็ไม่ได้ อยู่ขอนแก่นเหมือนเราได้ทำอะไรใหม่ๆ สนุกแบบร้อนๆ มีหวาดเสียวก็ตอนขี่แต๊กค่ะ”

สิ่งที่บอกเล่าในเอ็มวี

ลำเพลิน “จะเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับความรักของผมแบบไม่สมหวังสักที เรื่องแรกเลย อกหัก แล้วเราก็เป็นเอฟซีของวันเดอร์เฟรม ติดตามเขา แต่ไม่คิดว่าลุงเราเป็นคนขับรถให้เค้า อยู่ดีๆชวนวันเดอร์เฟรมมาบ้าน เราเจอก็เซอร์ไพรส์ไม่คิดเขาจะมาจริงๆ”

ในชีวิตจริงๆเราเคยเป็นแฟนคลับใครเหนียวแน่น ตามกรี๊ด ลำเพลิน “ชอบพี่มนต์แคน แก่นคูน เพราะว่าพี่มนต์แคนเสียงเพราะมากเลยอยากที่จะมีความคิดอยากเป็นศิลปินเหมือนพี่มนต์แคน ในตอนนั้นมีโอกาสได้เจอตอนโปรเจกต์ 100×100 ร้องเพลงในอัลบั้มเดียวกัน เราไม่คิดไม่ฝันว่าเราจะได้มาอยู่ตรงนี้ ยิ่งทำอัลบั้มเดียวกันรู้สึกเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่สำหรับเราเลยทำอะไรไม่ค่อยถูก”

วันเดอร์เฟรมมีศิลปินไอดอลในดวงใจมั้ย

วันเดอร์เฟรม “จริงๆ จัดเป็นแคตตาล็อกเลยค่ะ อย่างศิลปินต่างชาติจะชอบจิมมี่ ไวท์เฮาส์ แต่ไม่เคยเจอตัวจริง ตอนนี้ก็เจอไม่ได้แล้ว (ยิ้ม) ส่วนศิลปินไทย ชอบพี่ส้ม-อมรา เคยเจอค่ะ ตื่นเต้น เหมือนตอนนั้นประกวดเดอะสตาร์ แล้วหมู่บ้านเดอะสตาร์จะอยู่หมู่บ้านเดียวกับพี่ส้ม แล้วพี่ส้มเดินจูงหมามาเลยเดินเข้าไปทัก เขาก็งงๆ แล้วก็ฝากหนูจูงหมาเค้าแป๊บนึง หลังจากนั้นไม่เจออีกเลย หรือพี่ดา เอ็นโดรฟิน จะบอกว่าพี่เป็นไอดอลทั้งการใช้ชีวิต การร้องเพลง เหมือนเป็นแรงบันดาลใจให้เราจนถึงทุกวันนี้”

พอได้แสดงในซีรีส์ เอ็มวี ชอบศาสตร์การแสดงบ้างมั้ย “ชอบค่ะ สนุกดี รู้สึกเป็นอะไรที่ท้าทาย คือการเป็นนักร้อง ได้เป็นตัวเอง การแสดงเราต้องเป็นคนอื่น จะต้องเข้าใจและตีความตามคาแรกเตอร์ ก็สนุกค่ะ”

ลำเพลินกับผลงานละครจะมีให้เห็นต่อเนื่องมั้ย

“ผมเล่นเรื่องที่สอง สูตรลับแซ่บอีหลี เป็นละครเกี่ยวกับผลิตน้ำปลาร้าพี่ไมค์ เป็นละครแนวลูกทุ่งอีสานก็เข้าทาง พูดอีสานกันทั้งกอง”

ต้องเรียนแอ็กติ้งมั้ย “ผมอยากเรียนแต่ยังไม่เคยได้ไปเรียน ไปเล่นอยู่หน้ากล้องเลย”

ทำอะไรหลายอย่างจัง “ดีกว่าอยู่ว่างเฉยๆ ที่จริงแล้วอาชีพศิลปินไม่ใช่อาชีพของผมหรอก แต่มันคือหัวใจของผม (แหม่ๆ พูดได้หล่อมาก…กกก) ผมรู้สึกว่ามันขาดไม่ได้เลยเรียกว่าหัวใจ เหมือนเราขาดหัวใจเราก็จะหายใจไม่ได้ รู้จักตัวเองมาตั้งแต่เด็กว่าเราชอบทางนี้”

เราล่ะมีให้มากกว่าเป็นหัวใจที่ลำเพลินพูดมั้ย เฟรม “เป็นลมหายใจของเฟรมค่ะ (หัวเราะ) เรารู้ตัวว่าอยากเป็นศิลปินตั้งแต่เด็ก ไม่เคยมีความฝันอื่นเลยเพราะฉะนั้นเป็นความฝันเดียวและตอนนี้เหมือนเราอยู่ในความฝันได้ทำในสิ่งที่เราอยากทำ ไม่ใช่ทำเป็นอาชีพแค่สร้างรายได้แต่เติมจิตใจเราด้วย”

ลำเพลินกับเฟรมมีอะไรเหมือนๆ กัน ต่างเคยประกวดเดอะสตาร์มาด้วยกัน

ลำเพลิน “ผมประกวดปี 6-7 แล้วตกรอบไปเลย ไม่ได้ไปต่อเพราะรู้สึกว่ามันไม่ใช่ทางของตัวเอง ผมรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นศิลปินประกวด แต่ว่าผมทำงานเองเพื่อให้คนรู้จัก ลุยเอง รอบคัดเลือกคือออดิชันไม่ผ่านสักรอบ”

ตอนนั้นหมดหวัง “ไม่ครับ ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อสิ่งนี้ เกิดมาเพื่อสร้างงานของตัวเองให้คนรู้จักผมรู้สึกอย่างนั้นเอง ทำงานเพลงไม่ไปประกวดอีกเลย ไม่ได้ท้อนะ ตอนนั้นอยากกลับบ้าน เวลาอยู่บ้านทำให้คิดอะไรออก มันสงบ มันนิ่งดี”

วันเดอร์เฟรม “ประกวดเดอะสตาร์ 6-7 แต่ประสบความสำเร็จ เดอะสตาร์ 8 ตอนนั้นก็รู้สึกท้อ กลับบ้านมาก็ร้องไห้แต่ว่าสุดท้ายเรามีความฝันเดียว เราก็ต้องสู้เพื่อความฝันของเราต่อไป”

มาถึงวันนี้พอใจในชื่อเสียงมากน้อยขนาดไหน “เมื่อก่อนเราอยากมีชื่อเสียงแต่ตอนนี้ชื่อเสียงไม่สำคัญแล้ว เฟรมแค่อยากใช้ชีวิตให้มีความสุขในแต่ละวัน ให้มีความสุขให้มากที่สุดแค่นี้โอเคมากแล้วค่ะ”

ลำเพลิน เสริม “ผมไม่ได้คิดว่าตัวเองดัง เฉยๆครับ ก่อนหน้าตาแบบนี้ เสียงแบบนี้ ไม่มีเพลงดัง ร้องเพลงเสร็จกลับบ้าน ไม่มีใครถ่ายรูป พอเพลงดัง มีคนมาถ่ายรูป ผมมองว่าเป็นสัจธรรม มันเป็นเรื่องปกติของดอกไม้ที่มันแย้มกลีบบานย่อมมีแมลงมาตอมเฉยๆ สักวันหนึ่งก็ต้องร่วงโรย”

เฟรมได้ทีแซวทันที “แล้ววันนี้ร่วงโรยหรือยัง”

เพลิน รีบตอบ “ยังๆ ยังไม่ร่วง ถ้าร่วงไปเป็นเมล็ดพันธุ์ที่ดีแล้วงอกมาใหม่”

โหย…ย คำคมกริบมากจร้า

ความรักตอนนี้เป็นยังไง

ลำเพลิน “โสดครับ เคยมีแฟนแล้วอกหัก ก็อยากมีแฟน ผมรู้สึกว่าไม่มีอะไรมาก เวลายามดีก็ดี เวลาไม่โอเคมันก็เหมือนหมาบ้า เรายิ่งวิ่งหนีมัน มันก็ยิ่งวิ่งไล่ เรายืนอยู่เฉยๆมันก็จะหยุดมองเรา ผมเลยให้ความสำคัญกับงานมากกว่า”

เคยดูดวงเรื่องเนื้อคู่มั้ย “เคยครับ มีทั้งตรงและไม่ตรง แต่มียายคนนึงอยู่แถวคอนโดผม ทักผมจะได้รถคันสีดำ ตอนนั้นผมไม่เคยคิดออกรถเพราะมีอยู่แล้วจะออกทำไม สองอาทิตย์ผ่านไป แม่ผมไปออกรถโดยไม่บอกผม วันนึงโทร.มาบอกให้เตรียมเงินให้ด้วย แม่บอกอีซูซุสีดำ ได้มาจริงๆ คนนี้แม่นหรืออาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เรื่องความรักเค้าก็ทักจะได้แต่งงานตอนอายุ 32 แต่เค้าบอกว่าถ้าอยู่แบบนี้อาจจะมีชื่อเสียง ถ้าบวชเป็นพระจะดี จริงๆยังไม่ถึงเวลานั้น ชีวิตผมอยู่กับธรรมะอยู่แล้ว มันบ่มจิตใจเราดี อยู่ในสังคมเราเจอคนมากมาย เจอคนชอบบ้างไม่ชอบเราบ้าง ต้องอยู่กับมันให้ได้ อย่าไปโฟกัสคำพูดของคนมาก เราไม่มีเวลาทำงาน”

ไม่มีแฟนเหงาบ้างมั้ย “ทำงานทุกวัน ถ่ายละครทุกวัน กลับมาก็นอน คอนเสิร์ตไม่มี จ้างได้ๆ”

ถ้าหากอายุเลย 32 ไม่ได้แต่งมีแนวโน้มบวชมั้ย “ครับ ผมคิดอยู่แล้วครับ ก็อยากสงบคือชีวิตตอนเป็นเด็กอยู่กับหลวงพ่อตั้งแต่เด็ก ทำให้เราซึมซับธรรมะ แต่มีบางอารมณ์อยากมีครอบครัวครับ”

วันเดอร์เฟรม “โสดค่ะแต่เคยอกหักค่ะ (คุ้นๆอะ ฮ่าๆๆๆ)”

เราสวยเลือกได้หรือเปล่า “ไม่เห็นมีใครมาจีบ คือมีมาคุยบ้างแต่ไม่ได้จริงจังอะไรเพราะเราเองก็ทำงานเยอะด้วย”

ยิ่งโตยิ่งกรองคนที่จะเข้ามาในชีวิตเยอะขึ้นด้วยรึเปล่า “ใช่ค่ะ เราโตขึ้นก็คิดมากขึ้น อายุเรา 25 หมอดูเคยบอกว่าจะได้ แต่งงานตอนอายุ 30 อัป รู้สึกว่าคนที่เราคบด้วยต้องมองการณ์ไกล มองถึงเรื่องแต่งงานแล้วมันเลยคิดเยอะ เค้าบอกให้ทำงานก่อน เก็บเงิน ที่ผ่านมาก็มีคนเข้ามาคุยๆ มีทั้งคนในและนอกวงการแต่ไม่เยอะ นานๆมาที ทำให้กระชุ่มกระชวยนิดนึง”

พ่อแม่ไม่ห้ามเรื่องมีแฟน “ไม่ห้ามค่ะ แล้วแต่เลย เลือกเอาเอง”.

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1980527
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1980527