ฟ้าใส ปวีณสุดา เผยครั้งแรก เจอมรสุมหนักจนเคยเป็นโรคซึมเศร้า (คลิป)


แต่เธอก็ไม่ละทิ้งความพยายาม ยังคงฝึกฝนตัวเองเพื่อเดินไปให้ถึงเป้าหมาย และในที่สุดความฝันของเธอก็เป็นจริง ฟังดูเหมือนแฮปปี้เอนดิ้ง แต่ฟ้าใสได้มาเปิดใจในรายการ “ต้มยำอมรินทร์” ผลิตโดย CHANGE2561 ว่าตัวเองลักกี้อินแต่เกม ส่วนเลิฟนั้นชีวิตนี้ยังไม่เคยมีความรัก เพราะเจอกฎเหล็กของคุณแม่ พร้อมเผยเคยผ่านมรสุมโรคซึมเศร้าโดยไม่รู้ตัว

กับการประกวดเวทีมิสยูนิเวิร์ส ความประทับใจของเราที่เข้าไปถึง Top5 ของโลก มีอะไรบ้าง?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : ความประทับใจของเราที่เข้าไปถึง Top5 ของโลกมีหลากหลายอย่างมากๆ เลยค่ะ ที่ประทับใจ แล้วความฝันของ ฟ้าใส คือการเป็นตัวแทนของประเทศไทยไปประกวด มิสยูนิเวิร์ส แล้วคือการประกวดตั้งแต่ที่ไทยแล้วมันเกินคาดด้วยแรงซัพพอร์ตแล้วก็เสียงเชียร์ เราไม่คาดคิดว่าจะมีมากขนาดนี้มาก่อนจะเป็นความทรงจำที่จะอยู่กับ ฟ้าใส ไปตลอดเลยค่ะ

แต่กว่าที่จะเข้าไปถึงระดับโลกจนติด Top5 ได้ ฟ้าใสเคยผิดหวังมานับครั้งไม่ถ้วนเลยจริงหรือไม่?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : จริงค่ะ เวลาที่เราประกวดมาหลายเวทีมากๆ ก็ได้ตำแหน่งรองมาตลอด หลายคนก็เลยตั้งฉายาให้เราว่าเป็นนางรองของทุกเว แต่เราก็มีความรู้สึกนะคะ ว่าทุกเวทีเราก็ทำอะไรที่ถูกต้องหมด แต่ก็ยังไม่ได้ตำแหน่งสักที พอนานๆ เข้าทำให้เราก็เอาความสำเร็จจากทุกๆ เวทีมาดูและมองย้อนว่าในเมื่อเราทำสุดทุกเวทีแล้วก็ยังไม่ได้

แต่ถ้าเรายังทำเหมือนเดิมแบบทุกเวทีที่ผ่านมา ก็แปลว่าเราก็ไม่กล้าที่จะทำหรือลองอะไรใหม่ๆ แล้วมันก็เลยทำให้เรารู้สึกแบบไม่ดีพอทำให้เราท้อ เราตั้งใจอะไรไปก็เสียเปล่า เพราะว่ายังไงมันก็ไม่ประสบความสำเร็จอยู่แล้ว ตอนที่คิดแบบนั้นคือก่อนที่จะประกวดในปี 2019 เราก็เลยกลับมานั่งถามตัวเองว่าเราอยากจะทำต่อไหม แล้วมีอะไรในชีวิตเราที่มันมากกว่านางงามไหม แต่ในใจก็ยังมีเสียงเล็กๆ ที่บอกเราว่า อยากจะลองอีกสักครั้ง เพราะเรารู้แล้วว่าเราผิดพลาดอะไร แล้วเราสามารถอุดช่องโหว่ได้

ซึ่งในปี 2017 สิ่งที่เราคิดว่าเราผิดพลาดหลายๆ คนก็จะสังเกตได้ตั้งแต่เรื่องการเดิน แล้วปีนั้นคือหนูเจอพี่มารีญา ตอนนั้นที่เรามาประกวดคือเรารู้สึกว่าเราภาษาก็ได้ ความสูงก็ได้ หน้าก็เก๋ ซึ่งเราก็รู้สึกว่าโปรไฟล์เราก็ดีน่าจะเหมาะกับบริบทของนางงาม แต่พอเรามาเจอพี่มารีญา เขาเด่นกว่าเราทุกด้าน ไม่ว่าจะความสูง ในด้านของวงการ ด้านการศึกษา เขาเด่นกว่าเราหมดเลย ทำให้เรารู้สึกเฟลว่าข้อดีของเราคืออะไร

เพราะตอนนั้นมันยังไม่ใช่เวลาของเรามากกว่า พอเป็นเวลาของเราก็เป็นของเรา และที่สำคัญในช่วงปีที่ผ่านมา ฟ้าใสเจอมรสุมดราม่าหนักมากจนเหมือนจะเป็นโรคซึมเศร้าเลยใช่ไหม?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : ใช่ค่ะ อันนี้จริงค่ะ เป็นตั้งแต่ที่กลับมาจากมิสยูนิเวิร์สแล้วค่ะ ตอนแรกเรานึกว่าเรารู้สึกเหนื่อย ก็เลยคิดว่าพักสักเดือนก็น่าจะโอเค แต่กลายเป็นว่าพอพักไปแล้วก็ยังไม่ดีขึ้น อาการก็เหมือนว่าเราไม่อยากทำอะไร เราไม่อยากคุยกับใคร ไม่อยากไปไหน อยากจะนอนอยู่กับบ้านเฉยๆ ไม่ไปไหนทั้งนั้น พอมาดราม่าเราก็หนักเข้าไปอีก

ช่วงนั้นเรามีใครเป็นที่ปรึกษาเรื่องนี้ว่าเราควรจะทำยังไงดี?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : จริงๆ ตอนแรกที่เรายังไม่รู้ว่าเราเป็น เราก็เราก็ไม่รู้จะพูดกับใคร นอกเหนือกับเพื่อนที่สนิทมากๆ หรือพ่อกับแม่แล้วเวลาที่คนอื่นเขาได้รับฟังมุมมองของเรา ทำให้เรารู้สึกโล่งมาทีละนิดๆ ค่ะ

ฟ้าใสพูดถึงคุณแม่ ซึ่งน่าจะเป็นคนที่ใกล้ชิดเรามากที่สุด เราถูกเลี้ยงมาค่อนข้างไปทางฝรั่งหรือไทยมากกว่า?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : เพราะคุณพ่อทำงานอยู่ต่างประเทศ เราก็จะอยู่กับคุณแม่มากกว่า คุณแม่ก็จะเลี้ยงเราแบบไทยๆ ก็จะมีกฎระเบียบวินัยค่อนข้างสูง ถ้าเกิดเราทำผิดท่านก็จะดุ ส่วนกฎเหล็กก็จะมีหลายอย่างมากๆ ตอนเด็กที่เราจำได้คือ ห้ามมีแฟนจนกว่าเราจะเข้ามหาวิทยาลัย เราก็ทำได้นะคะ แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีแฟนนะคะ เพราะกฎเหล็กของแม่ยังมีต่อ คือคนที่จะมาเป็นแฟนเราต้องเรียนเก่งกว่าเรา อายุมากกว่าเรา และเรียนในสายหมอเท่านั้น

แล้วสเปกของฟ้าใสเป็นแบบไหน?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : ณ ปัจจุบัน ไม่มีสเปก เพราะว่าเราอยากพูดคุยมากกว่าว่าเราจะคลิกกับเขาหรือเปล่า ก็มีคนเข้ามาทักมาบ้างนะคะ แต่ส่วนตัวแล้วเราต้องเห็นตัว และต้องได้พูดคุยถึงจะรู้ว่าโอเคหรือเปล่า ส่วนใครที่ทักมาในโซเชียลแล้ว ถ้าเขาอยากจะทำความรู้จักเราจริง เขาก็จะลองติดตามว่าเราไปทำงานที่ไหน แล้วก็จะไปหาเราในที่สาธารณะเพื่อไม่จู่โจมเกินไป เหมือนเราจะได้รู้สึกปลอดภัย แล้วเขาก็ได้แนะนำตัว อันนี้เรามองว่าถ้าเป็นแบบนี้เราจะประทับใจมาก

เป็นคนที่มีความสามารถหลากหลายจริงๆ เพราะสามารถแต่งเพลงเกี่ยวกับความรักได้ โดยที่ไม่เคยมีความรักเลย?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : เหมือนพอเราติดละคร เราก็จินตนาการว่าเราเป็นนางเอกที่สำคัญ แล้วเราก็มีเพื่อนหลายๆคนเขามาเล่าประสบการณ์ความรักของเขาให้เราฟังเราก็เอาสิ่งที่ได้ยินได้ฟังมาแต่งเป็นเพลง

มาถามถึงก้าวต่อไปของฟ้าใสกันดีกว่า เรามองไว้ถึงการก้าวไปโกอินเตอร์เลย?
ฟ้าใส ปวีณสุดา : ผู้จัดการของฟ้าใสที่วางแพลนเราไว้คือ ถ้าไม่ติดโควิดก็มีงานที่เราติดต่อไว้ที่ฟิลิปปินส์กับที่ต่างประเทศไว้แล้ว แต่เพราะว่าติดโควิดเลยแคนเซิลไปก่อน แต่ถ้าวัคซีนมา หรือปกติลงทุกอย่างก็จะเดินต่อไปข้างหน้า แล้วเราก็อยากจะขอทดลองอะไรๆ หลากหลายอย่างในชีวิต เช่น แต่งเพลงแล้วยังไม่ได้ออกไปอย่างช่วงแรกๆ ถ้าเราได้ร้องเพลงของเราก่อนก็จะดี เพราะในอนาคตเราก็มองว่าเราแต่งเพลงให้คนอื่นร้องได้ด้วยก็จะดี ถ้าเราเล่นละครไม่ได้ เราอยู่เบื้องหลังการเขียนบท และอีกอย่างหนึ่งคือ การเป็นนักพากย์เสียงค่ะ.

ชมคลิป

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2008217
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2008217