มัม ควงหนุ่มหล่อโต้ข่าวแฟนเด็ก ยันมีตัวจริงอยู่แล้วเป็นข้าราชการหนุ่ม


หน้าตาดี หุ่นดีไม่เกี่ยวเลย?
มัม : มันก็เป็นส่วนนึงที่มีเด็กเข้ามาอยู่กับเรา อายุน้อยกว่าเรา มาทำงานร่วมกันแล้วหน้าตาดี อย่างน้อยมันก็ทำให้เราสดชื่น หันไปก็เจอ

พอมาเจอพี่มัมครั้งแรก ความรู้สึกตอนนั้นเป็นยังไง?
ท็อป : เราก็ตื่นเต้น เวลาที่เราได้เห็นดาราที่เราชื่นชอบ ตอนแรกเราก็แนะนำว่าเราชอบทำทางด้านนี้ด้วยนะ เราเคยทำเบื้องหลังมาก่อน ทำหนังสั้นมาก่อน แล้วด้วยความที่พี่มัมเป็นผู้ใหญ่ที่โอเพ่นในเรื่องความคิด เขาก็จะยอม เพราะค่อนข้างตามไม่ทันเด็กสมัยใหม่ ก็เลยอยากได้เรามาช่วยเพื่อให้ความต่างระหว่างวัยมันเข้ากัน เดี๋ยวนี้เขาทำอะไรยังไงบ้าง

มัม : พี่จะได้ดูไม่เชย พี่จะได้ดูอัปเดตตลอดเวลา

รู้สึกยังไงที่พี่มัมอยากให้มาช่วยนู่นนี่นั่น?
ท็อป : ดีใจมากเหมือนเป็นโอกาสอย่างหนึ่งที่เราอยากทำมาตลอด

แล้วลึกๆ ตัวเราเองเราเห็นในแววตาพี่มัมเรารู้สึกไหมว่านอกเหนือจากนู่น นั่นนี่ หรือว่างานเป็นหลัก?
ท็อป : เป็นงานนะครับ ยังไม่เห็นในส่วนที่เป็นอย่างนั้นเลย เพราะว่าหลายๆ อย่างที่เข้ามา อย่างเช่นเรื่องของการทำงานอีกด้านนึงก็คือมีสะพานบุญที่พี่มัมได้แนะนำให้รู้จักกับพระอาจารย์เอกชัย พี่มัมเป็นลูกศิษย์อยู่ แล้วเรารู้สึกว่าเป็นกิจกรรมที่เราชอบทำด้วยเวลาพระอาจารย์เรียกใช้งานหรืออะไรอย่างนี้

งานที่ช่วยพี่มัมสำหรับท็อปคืองานเสริม แล้วตอนนี้ทำอะไรอยู่?
ท็อป : ก็รับราชการครูอยู่ครับ สอนภาษาอังกฤษ ตอนนี้ก็ยังทำอยู่
มัม : ตรงนี้เขามาช่วยดูแลคิว ดูแลเรื่องส่วนตัวทั้งหมด เรื่องการกิน ดูแลเต็มที่ก็คือเสาร์ อาทิตย์ ถ้าเกิดมีงาน

ตอนนี้คนดูทางบ้านสมมติเขารู้จักเรา 3 คนแล้ว แต่เขาไม่รู้จักน้องท็อป แล้วเห็นน้องท็อปหน้าตาดีอย่างนี้ ดึงมาทำงานกับเรา อย่างนี้เรียกว่าซื้อผู้ชายไหม?
มัม : ไม่ได้ซื้อนะคะ เพราะเขาทำงานแลกเงิน คือน้องมาทำงาน เราอยากช่วยเขาด้วย เขาก็อยากช่วยเราด้วย เพราะฉะนั้นมันก็แลกกัน เขามาทำงานดูแลเป็นจ๊อบๆ ไป เป็นเดือนยังไม่สามารถทำได้ เพราะว่าไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอด

แน่นอนว่าการชวนชายหนุ่มมาร่วมงาน มันต้องมีคำครหาต่างๆ พี่มัมรู้อยู่แล้วไหมว่าต้องเกิด?
มัม : พี่ไม่คิดถึงเรื่องตรงนั้นเลย มันไม่แปลกที่เราจะหาใครสักคนมาอยู่ข้างๆ เรา แล้วหน้าตาดี พี่มัมก็อยากหาคนหน้าตาดีมาอยู่ข้างๆ แล้วมาร่วมทำงานกับพี่มัมด้วย เพราะว่า 1.ไปไหนมันก็ดูดี ซึ่งพี่ไม่เห็นเป็นเรื่องแปลก แล้วไม่มายด์ด้วยกับคำครหานินทา เพราะว่าเราบริสุทธิ์ใจ ถ้าเกิดเขาจะเม้าท์ก็เรื่องของเขา มีหลายคนคอมเมนต์มาแรงมากก็มี พี่อ่านแล้วปล่อยผ่าน

พี่รับได้ แล้วท็อปรับได้ไหม?
ท็อป : ตอนแรกที่เป็นข่าว เราก็ไม่เคยเจอ แต่เราก็ไม่อะไร ศิลปินเป็นข่าวก็คงจะเป็นเรื่องปกติ แต่ก็มีคนเข้ามาถามเยอะจนเราตอบไม่ไหว

เราเจอคำถามที่ทำให้เราช็อกบ้างไหม?
ท็อป : ก็เจอนะครับ แต่สุดท้ายแล้วกำลังใจก็มาจากครอบครัว เพราะว่าครอบครัวเราเข้าใจ ครอบครัวเรารู้ว่าเราทำอะไรอยู่ แล้วพี่มัมก็รู้จักกับครอบครัวผมด้วย
มัม : เข้าใจเขา พี่ก็รู้จักกับครอบครัวเขาด้วย คุณแม่เขาให้กำลังใจตลอด ข่าวก็คือข่าว ไม่ต้องคิดมาก

ท็อป : แต่คนคิดมากคือคนนี้
มัม : แม่บอกไม่ให้คิดมาก แต่พี่อะคิดมากหลายเรื่อง คิดแทนเขาด้วย เพราะเขาได้รับผลกระทบบ้างบางอย่าง แล้วมันมีอะไรที่ตลกมาก เรื่องไสยศาสตร์
ท็อป : ก็ถูกกล่าวหาว่าทำมนตร์ดำใส่ผม

แล้วทำไหม?
มัม : ทำเป็นที่ไหนล่ะ ทุกวันนี้ธรรมชาติจะตาย ได้มาเพราะความสวยชัดๆ ไม่เห็นต้องทำของใครเลย

ที่บอกว่าท็อปเป็นแฟนเด็กของพี่มัมจริงหรือไม่จริง?
มัม : ไม่จริงค่ะ เขาเป็นแค่น้องทีมงานที่เข้ามาช่วยพี่มัมทำงาน

สำหรับท็อปเองพี่มัมเป็นอะไร?
ท็อป : พี่มัมเป็นศิลปินครับ แล้วตอนนี้ท็อปก็ทำงาน เรียกว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัว

ในอนาคตมีความเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม?
มัม : อนาคตอาจารย์ต้องดูดวงให้เราด้วย แล้วอาจารย์จะได้คำตอบ ทุกวันนี้อนาคตที่พี่หวังไว้ก็คือก็ขอให้น้องเขาได้งานที่ดี แล้วทุกวันนี้พี่ใส่บาตรตอนเช้าๆ พี่ก็จะอธิษฐานถึงคนรอบตัวข้างๆ แม้กระทั่งน้องเขาเพิ่งเข้ามาทำงานพี่ก็อธิษฐานให้เขาได้ดี ขอให้เขาเป็นคนดีที่เข้ามาในชีวิตเรา

มาออกรายการด้วยกันแบบนี้แกล้งโกหกว่าไม่ได้เป็นอะไรกันก็ได้?
มัม : อันนี้สัจจะ สัญญาเลยว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ มันมีรูปคู่กับท็อป ตรงกับที่พี่สัมภาษณ์ไป น้องเขาอายุห่างกับพี่ 30 ปี จริงๆ แล้วจริงๆ พี่ก็มีอีกคนนึงที่เป็นแฟนจริงๆ แต่มันถ่ายรูปเอาไว้ลึกมากในไอจี แล้วนักข่าวหยิบเอารูปท็อปขึ้นมา มันก็เลยกลายเป็นประเด็น เขาได้รับผลกระทบ

เรื่องอะไรบ้าง?
ท็อป : ก็ถามทั่วไป
มัม : เพื่อนฝูง ญาติ ถามจนต้องปิดเฟซบุ๊กหนี

แล้วมันกระทบกับงานของเราที่เป็นครูอยู่ด้วยไหม?
ท็อป : ก็มีกระทบบ้างนิดหน่อย แต่ก็ไม่ได้ทำให้ท้อขนาดนั้น

พี่มัมดันน้องเข้าสู่วงการทีวีหรือเปล่า?
มัม : ไม่ค่ะ คือการทำงาน คนเราเวลามีคนหน้าตาดีๆ น่ารักๆ อายุน้อยกว่าเรา ซึ่งทำให้เรามีกำลังใจเข้ามาดูแลเรา มันเป็นการให้โอกาสมากกว่า ให้โอกาสให้น้องมีรายได้เพิ่ม ไม่มีเรื่องดัน เรื่องอะไรเลย ถ้าเกิดน้องเขาสนใจวงการนี้ น้องก็ต้องดิ้นรนด้วยตัวเขาเอง พี่มัมไม่ผลักดันอะไรทั้งสิน

ลึกๆ แล้วพี่มัมชอบท็อป แล้วแอบดันท็อปอยู่?
มัม : อันนี้ทุกคนมีสิทธิ์จะคิดได้ แล้วก็รู้สึกได้ พี่มัมรู้ตัวเองว่าพี่ทำอะไรอยู่ แล้วก็พูดอะไรอยู่ พี่ไม่ได้ดูถูกผู้ชม ทุกคำถามสามารถถามได้ แล้วก็อยู่ที่วิจารณญาณของท่านผู้ชมเอง แต่ที่พี่พูดทั้งหมดคือความจริง เคลียร์ตรงนี้นะคะ

ท็อปอยู่ใกล้ๆ พี่สาวคนนี้รู้สึกยังไง?
ท็อป : พี่มัมสอนหลายๆ อย่าง อะไรที่ผมไม่เคยก็จะเป็นครูที่สอน ด้วยวัยที่ต่างกัน พี่มัมก็จะเปิดใจรับในสิ่งที่ผมสอนเช่นกัน แล้วผมก็เปิดใจรับในสิ่งที่พี่มัมสอน เราใช้ความต่างวัยที่ประสบการณ์มันต่างกันให้เป็นประโยชน์ เรารู้สึกโอเคที่เข้าใจ

ทางบ้านอยากรู้ว่าพี่มัมสามารถพัฒนาเป็นแฟนได้ไหม?
มัม : ไม่ได้อะ มันรุ่นลูก

อย่างท็อปใช่สเปกพี่ไหม?
มัม : ถามกะเทยทั่วโลกใครไม่สเปกบ้าง เขาเป็นที่หมายปอง เขาเนื้อหอมมาก

แล้วท็อปล่ะสเปกเป็นยังไง?
ท็อป : มีคนมารักไม่เป็นครับ ช่วงนี้ทำแต่งาน งานก็ค่อนข้างหนัก เป็นข้าราชการครู 2 ปีแรกยังไม่ผ่านโปร ซึ่งเราทำงานหนักมาก ไปเช้า กลับเย็น อยู่ในเมืองที่รถติด ใช้เวลาเดินทางไปโรงเรียนก็ค่อนข้างนาน ก็ค่อนข้างเหนื่อย กลับมาก็หลับ ตอนนี้โสดทุ่มเทให้กับงาน

พอเห็นคอมเมนต์ลบๆ น้องเดือดร้อนเพราะเรา รู้สึกผิดไหม?
มัม : รู้สึกผิด เหมือนกับพี่ทำให้น้องเขาเดือดร้อน พี่ก็ร้องไห้อยู่วัน สองวัน แต่ก็บอกน้องเขานะว่าเสียใจ ร้องไห้ เขาก็บอกว่าอย่าคิดมาก เขาก็ชิลๆ ไป

ท็อปมีอะไรอยากบอกพี่มัมไหม?
ท็อป : อยากจะบอกว่าขอบคุณนะครับที่ให้โอกาสที่ให้ท็อปได้มาทำงานในจุดๆ นี้ มันอาจไม่เต็มเวลา การเป็นผู้จัดการต้องเต็มเวลาจริงๆ แต่พี่มัมก็ให้โอกาสเรา

ซึ่งเป็นสิ่งที่เราใฝ่ฝันมาตั้งแต่มัธยม เราพยายามทำยังไงก็ได้ให้มาทำงานสายนี้ แต่ทางด้านครอบครัวเราก็รัก เราทำงานทางด้านราชการมาเพื่อครอบครัว จนเราได้มาถึงจุดบาลานซ์ในจุดนี้มันทำให้เรารู้สึกว่าชีวิตมีค่ามากขึ้น ขอบคุณพี่มัมครับ

พี่มัมอยากจะบอกอะไรน้องท็อปไหม?
มัม : สิ่งที่เขาทำอยู่ทุกวันนี้ดีแล้ว อยากให้ท็อปเป็นคนดีอย่างนี้ของครอบครัว เพราะว่าพ่อแม่รักท็อปมาก แล้วท็อปก็รักครอบครัวมาก ขอให้เขาได้ทำงานที่ดี แล้วขอให้มีสิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต แล้วขอให้ทำงานกับพี่ด้วยความราบรื่นไม่มีอุปสรรคใด

ถ้าท็อปไม่ใช่แฟน แล้วแฟนที่พี่ให้สัมภาษณ์มีตัวตนไหม?
มัม : มีตัวตน อยู่ที่พังงา

ไปเจอได้ยังไง?
มัม : คือเขาทักเข้ามานี่แหละ เขาทักเข้ามาในเฟซบุ๊ก แล้วเผอิญตอนนั้นเขาอยู่สุราษฎร์ฯ คือไปเจอกันครั้งนึงที่ทะเลสิมิลัน แล้วหลังจากกลับจากทะเลปุ๊บก็แอบเป็นเพื่อนกันแล้วในเฟซบุ๊ก พอกลับจากทะเลเราก็โพสต์รูปนั่นนี่ที่ไปเที่ยวทะเลมา เขาก็เข้ามาคอมเมนต์ว่าพี่มาต่อสุราษฎร์ฯ เลยไหมล่ะ พี่บอกโอเค เดี๋ยวซื้อตั๋วเลย น้องเขาตกใจมาก พี่บอกมารับพี่ด้วยนะ

แล้วเขาก็มารับที่สนามบิน พี่ก็ซื้อตั๋วไปวันนั้นเลย ไปถึงประมาณ 3 ทุ่ม เขาก็เลยพาเข้าไปเดินในเมืองสุราษฎร์ฯ แล้วไปทำบุญด้วยกันเลย ก็รู้จักกันมาปีกว่าแล้ว ด้วยความที่เขาอยู่ใต้ พี่อยู่นี่ คุยกันแค่ทางเฟซบุ๊ก แค่ทางไอจี

ตอนนี้ไปหายาก เพราะโควิดด้วย ไม่ได้เจอกันนานเท่าไรแล้ว?
มัม : ไม่ได้เจอกันตั้งแต่งานชักพระนั่นแหละ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี 62 ครั้งสุดท้ายเจอกันเมื่อกลางปีที่แล้ว

ไม่เจอกันหลายเดือนไม่คิดถึงเหรอ?
มัม : คิดถึง บางทีคิดถึงมากก็เสียสุขภาพจิต เพราะฉะนั้นเราก็ไม่โฟกัส เราคิดว่าเป็นแฟนก็ได้ แต่ไม่เป็นเจ้าของ เราจะไม่จู้จี้จุกจิกเขามาก

ถ้าเขาพิเศษแบบนี้ทำไมถึงไม่เปิดตัว?
มัม : พี่ไม่ได้คิดจะเปิดตัวแฟนเลยนะ นักข่าวยิงประเด็นถามเรื่องแฟนพี่ พี่ก็พูดให้ฟัง พี่ก็บอกว่าอายุ 30 ซึ่งไม่ใช่น้องท็อป

ตอนที่ข่าวท็อปออกไป คนเริ่มเม้าท์ว่าท็อปเป็นแฟนพี่ มันกระทบกับเขาไหม?
มัม : ไม่มีฟีดแบ็กอะไรกลับมา ไม่มีงอน เพราะว่าเขาอาจจะไม่ได้คิดว่าเป็นแฟนพี่ก็ได้ แต่พี่คิดว่าพี่เป็นแฟนเขา พี่อาจจะคิดไปฝ่ายเดียวก็ได้ แต่ว่าเราคบกันจริง เรามีความรู้สึกที่ดีเมื่อมาเจอกัน

สมมติเขาดูอยู่อยากจะบอกอะไรเขา?
มัม : คิดถึงมากนะคุณ เราเรียกเขาว่าคุณ เพราะเขาทำงานเป็นข้าราชการเหมือนกัน

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2033240
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2033240