เป้ย ยัน ป๊อป สามี ไม่ได้ไปเที่ยวผับทองหล่อ ที่มีคนติดโควิด แจงกักตัวด้วยกัน


เป้ย ปานวาด ยัน ป๊อป นิธิ สามี ไม่ได้ไปเที่ยวผับทองหล่อ เผยกักตัวด้วยกัน ผลตรวจเป็นลบ รุดตรวจเชื้ออีกรอบ แจงเจอยูทูบเบอร์ติดโควิดก่อนเขาติดเชื้อ

เกาะติดข่าว กดติดตามข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

เมื่อวันที่ 7 เม.ย. เป้ย ปานวาด บุญยรัตกลิน ดาราสาว ให้สัมภาษณ์กับ ข่าวสดออนไลน์ ถึงความคืบหน้ากรณีที่ที่มีข่าวเป้ยไปพบยูทูบเบอร์ที่ได้รับเชื้อโควิด19 พร้อมแจงประเด็นที่มีข่าวลือว่าสามีหนุ่ม ป๊อป นิธิ บุญยรัตกลิน ไปเที่ยวที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ

ไปตรวจหาเชื้อโควิด หลังทราบว่า ยูทูบเบอร์ติดโควิด? “เป้ยทราบเรื่องประมาณวันที่ 31 มี.ค. ดึกมากๆ แล้ว พอวันรุ่งขึ้นก็ไปตรวจโควิดก่อน ซึ่งวันที่เป้ยเจอเขาน่าจะเป็นวันที่ 24 มี.ค. หลังทราบข่าวเราก็ตกใจ มันเกิดกับคนใกล้ตัวเราก็ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ในฐานะคุณแม่มันก็ต้องตกใจอยู่แล้ว ทำอะไรไม่ถูกเลย นอนไม่หลับเลย สเต็ปแรกก็ต้องให้ลูกหยุดเรียนก่อน ตัวพี่โปรดเขานอนกับเป้ย ก็บอกเขาว่าลูกไม่ต้องไปโรงเรียนนะ สเต็ปต่อไปเราก็ไปตรวจโควิด”

แยกห้องนอนกับลูกเลย? “ตัวน้องปาลินแยกห้องนอนอยู่แล้วค่ะ แต่ตัวโปรดส่วนใหญ่เขานอนกับเป้ย ก็เลยให้ลูกหยุดเรียนไปก่อน คุยกับคุณป๊อปแล้วหลังจากนั้นเราก็รีบไปตรวจทันที”

“เรามาเห็นไทม์ไลน์ที่เขาชี้แจงเราก็ตกใจ แต่เบื้องต้นเราต้องอธิบายก่อนว่า ตอนที่พี่แทนเจอเราก่อนที่พี่แทนจะติดได้รับเชื้อค่ะ ตรงจุดนี้เราก็สบายใจไปเปราะหนึ่งแล้ว แต่สิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใดเรารู้อยู่แล้วว่าต้องเก็บตัว และไปตรวจหาเชื้อเพื่อความสบายใจของตัวเรา คนรอบข้างเรา คนใกล้ตัวเรา และคนที่เจอเรา เพื่อให้ชัวร์ไปเลยดีกว่า ต่อให้พี่แทนจะบอกว่าเขาเป็นหลังช่วงที่เจอเป้ย เราก็คุยกับคุณป๊อปว่าไปตรวจเถอะ แล้วเราก็กักตัวด้วย”

ผลออกมาเป็นลบทั้งคู่? “ใช่ค่ะ เป็นลบหมด สเต็ปต่อไปที่เป้ยเคลียร์แจ้งทางกองละคร บอกความจริงกับทางกองว่าเรื่องราวเป็นยังไง เรายืนยันว่าเราขออนุญาตทางกองเลื่อนการถ่ายที่มีฉากเป้ยออกไปก่อน บอกตรงๆ เราไม่สบายใจ เรามีความกังวลมากๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและเราก็ไม่ได้อยากให้มันเกิดขึ้น พี่แทนเองซึ่งตอนนี้อยู่ไอซียู ระยะเวลาก่อนหน้านี้เรามีการคุยกันตลอด แต่ตอนนี้พี่แทนอยู่ไอซียูก็ไม่ได้มีการติดต่อกันอีก เป้ยเชื่อว่าพี่แทนเองเขาไม่ได้อยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้นเช่นกัน เราก็เสียใจค่ะ”

ตอนที่เจอกันมีการสวมแมสป้องกันในเบื้องต้นไหม? “เราเจอพี่แทนในสถานที่ที่หนึ่งแล้วมีการถ่ายรูป หลังจากถ่ายรูปเป้ยก็นั่งกินข้าว เราก็อยู่กันคนละฝั่ง มันเป็นช่วงระหว่างที่เป้ยทานข้าวอยู่ค่ะ ไม่ใช่เป็นช่วงระหว่างที่เป้ยอยู่ข้างนอก ถ้าเป็นช่วงที่ไม่ได้ทานข้าวเราก็ใส่แมสเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

จะไปตรวจอีกครั้งเมื่อไหร่? “วันนี้ค่ะ(7เม.ย.) กำลังจะไปตรวจ ซึ่งมันเป็นแพลนที่เราวางไว้อยู่แล้วว่าจะไปตรวจอีกรอบหนึ่ง”

ผลกระทบสำหรับเราหนักแค่ไหน? “เรารู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องเซ้นสิทีฟต่อให้เราไปตรวจแล้ว เราก็เชื่อว่าความรับผิดชอบในสิ่งที่เราต้องจะทำในสังคมมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่เป้ยทำได้ก็คืองานที่ต้องไปคุย หรือกองละครที่เป้ยจะต้องถ่ายเป้ยก็ไม่ไปเลย กักตัวอยู่กับที่บ้าน หลังจากที่เป้ยทราบเรื่องนะคะ”

ยกเลิกงานไหม? “มีเยอะค่ะ แต่โชคดีที่มีบางอย่างถ่ายทำไปก่อนหน้านี้ ในช่วงทามไลน์ตั้งแต่เราเจอแทน ก็จะมีเรื่องละครแล้วก็ไปคุยงานบางตัวเท่านั้น ซึ่งสามารถเลื่อนไปได้ค่ะ”

สำหรับตัวเรามีคิดว่ามีเปอร์เซ็นต์ที่รอดแค่ไหน? “สุดท้ายเป้ยไม่อยากตอบตรงนี้ว่ากี่เปอร์เซ็นต์ เป้ยก็ใช้วิธีการตรวจ เปอร์เซ็นต์มันไม่มีประโยชน์อะไรค่ะมุมมองของเป้ย สุดท้ายผลมันออกมา เราก็เก็บตัว แล้วก็ไปตรวจทำในสิ่งที่เราต้องทำอันนี้เป็นสิ่งที่เราควรจะทำมากกว่า ถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นต์เป้ยก็ไม่ทราบค่ะ แล้วเป้ยก็ทำตามทุกอย่างที่ควรจะทำค่ะ”

มันมีกระแสออกมาว่าถ้าเพจดังไม่ออกมากดดัน เราเองก็ยังไม่ออกตัวว่าไปพบกับคุณแทน? “ต้องเข้าใจก่อนเนาะว่าตัวพี่แทนบอกว่าเขาเป็นหลังที่เจอเป้ย อันนี้คือประเด็นแรกเนาะ ตรงนี้เรารับทราบแล้วแหละ แต่สุดท้ายก็ต้องดูว่าเราทำยังไง ถ้าในกรณีที่เป้ยไม่ได้กักตัว แล้วยังออกไปข้างนอก อาจจะมองว่าเป้ยไม่โอเค แต่เป้ยก็ทำการกักตัว ตรวจหาเชื้ออย่างที่ควรจะต้องทำเท่านั้น ส่วนเพจดังจะบอกว่าถ้าเป้ยเป็นแล้วอยู่ในช่วงระหว่างที่พี่เขาติดเชื้อมันก็เป็นธรรมดาที่เราออกมาพูด ออกมายอมรับอยู่แล้ว มันปิดบังกันไม่ได้ สุดท้ายเราก็มีลูกของเราอยู่ด้วย แล้วไหนจะแม่คุณป๊อปอายุก็เยอะต่อให้เราเป็นเราปิดบังไม่ได้อยู่แล้ว ท้ายที่สุดเราก็ต้องไปอยู่โรงพยาบาล”

“ถ้าพูดตามหลักความเป็นจริง ในเมื่อเราคิดว่าเราทำทุกอย่างตามที่ควรจะต้องทำแล้ว โอเคมันอาจเป็นความคิดที่อาจจะไม่ถูกใจใคร อาจจะมองว่าตรงนี้เป้ยทำไม่ถูก เป้ยก็ต้องขอโทษ แต่เป้ยก็คิดในมุมที่แบบว่าเป้ยเจอก่อน เขาเป็นทีหลังนะ แล้วมีสิ่งที่เราคิด แล้วก็พยายามระมัดระวังที่สุดว่าถ้าเกิดเราโพสต์อะไรไปแล้วมัน ส่งผลกระทบกับสิ่งต่างๆ ที่มันเกิดขึ้น มันก็คงจะไม่โอเคมากๆในมุมมองของเป้ย ต้องเข้าใจอย่างหนึ่งนะว่า หนึ่งถ้าเราโพสต์ไป ร้านค้าต่างๆ หรือที่ที่เราไปมีผลกระทบแน่นอน ซึ่งก็อยากจะย้อนไปตรงที่เป้ยบอกว่าพี่เขาเป็นช่วงหลังก่อนที่จะเจอเป้ยนะ มันก็เลยเป็นเหตุผลที่มันไม่ได้ออกมาบอกกับทุกคน ก็อยากจะชี้แจงตรงนี้ ไม่ได้เกี่ยวว่าใครกดดันหรอกค่ะ เรื่องพวกนี้เราต้องมีความรับผิดชอบกับสังคม แล้วยิ่งเราอยู่ตรงนี้ มันมีอะไรที่คนจับจ้องอยู่แล้ว มันไม่มีประโยชน์ที่เป้ยจะทำในสิ่งๆนั้น แล้วเป้ยก็เชื่อว่าบางอย่างบางอย่างมันยังไม่ชัดเจน ต้องขอโทษด้วย สิ่งที่เป้ยคิดก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายหรือว่าอะไร เลยคิดว่าเราก็ทำตามทุกอย่างที่ควรทำแล้วค่ะ”

มีข่าวป๊อบ สามี ไปเที่ยวย่านทองหล่อ? “ที่เป็นที่อโคจรใช่มั้ยคะ เมื่อวานคุณป๊อบเขาก็กักตัวอยู่กับเป้ยนะ ตั้งแต่ทราบเรื่องพี่แทน เราก็กักตัวอยู่ด้วยกันเลยค่ะ ไม่ได้ไปไหนเลย นี่อ้วนขึ้นแล้ว ยืนยันค่ะไม่ได้ไปแน่นอน อยู่ในช่วงกักตัวค่ะ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6285914
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6285914