เป็นอีกหนึ่งเรื่องเศร้าที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น หลังจากทราบข่าวการเสียชีวิตของ นายภูริวัฒน์ สุวรรณมณี หรือ คิว นักร้องนำวง Fridaynight to Sunday เจ้าของเพลงฮิตติดหูอย่าง ห้องนอน ซึ่งมียอดวิวในยูทูบกว่า 356 ล้านครั้ง

โดยเจ้าตัวนั้นได้ผูกคอตายในห้องนอนที่บ้าน จ.สงขลา แม่และญาติเข้าไปพบพาตัวส่งโรงพยาบาลแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตไว้ได้ ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัวและแฟนคลับ ได้พากันโพสต์อาลัยต่างระบุตรงกันว่านักร้องหนุ่มมีอาการของโรคซึมเศร้า

ทั้งนี้เมื่อย้อนกลับไปปลายปี 61 หนุ่มคิว ได้เผยเล่าเรื่องการพยายามฆ่าตัวตาย ซึ่งเคยทำมาแล้วกว่า 10 ครั้ง พร้อมลงรูปถุงน้ำเกลือในโรงพยาบาล ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Pooriwat Suwanmanee ระบุข้อความเอาไว้ว่า….

“คุณเคยฆ่าตัวตายไหม ? เป็นเรื่องเกี่ยวกับผมโดยตรงครับ ในค่ำวันที่ 10 ธันวาคม 2561 ในบางครั้ง ทุกคนเครียดจนไม่สามารถเอ่ยออกมา ปรึกษาใครให้ฟังไม่ได้แม้แต่ประโยคเดียว จริง ๆ แล้วถ้าเท้าความไปได้ ผมเองเคยคิดฆ่าตัวตาย ครั้งนี้อาจจะรอบที่ 10 แล้วก็ว่าได้ ซึ่งในช่วงปีที่แล้ว ปี 2560 นั้น เป็นความผิดของผมเองครับ ผิดจนไม่มีทางออกและทางเลือก เคยเกือบกระโดดห้างดังลงมาให้ชีวิตนั้นจบสิ้น

สุดท้ายแล้วโทรศัพท์ของเราที่แม่โทร. มาก็ดังขึ้น ผมรับ “พรุ่งนี้กินอะไรมั้ยลูก แม่ว่าจะทำขนมจีนให้กิน กลับมากินกันนะ” ประโยคเดียวที่จบสายไปนั้น ทำให้ผมหยุดคิดและกลับบ้าน โดยไม่มีความคิดนั้นขึ้นมาใหม่ เช้าวันรุ่งขึ้น ผมบอกเรื่องราวความผิดของผมกับแม่ตามตรง ผมติดอะไรบ้าง แม่ร้องไห้ครับ ผมทำให้แม่ร้องไห้ สุดท้ายจากวันนั้นผมสาบานตัวเองจะไม่ทำให้แม่ร้องไห้อีก

เวลาผ่านมานับปีครับ ผมใช้ชีวิตที่ดีขึ้น ปะปนกับผู้คนผู้ใหญ่ที่เข้ามา คนที่ดีเข้ามาหาผมตลอด ใช่ครับ ผมเคยสารภาพกับแม่ แต่ไม่เคยบอกหมด ว่ามันจำนวนเท่าไหร่ (ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะครับ แม่ผมมีโรคประจำตัว ผมเองก็ต้องรักษาแม่) ผมใคร่ครวญตัวเองจนมีผู้ใหญ่หลายท่านยื่นมือเข้าช่วย และเป็นไปตามนั้นครับ เขาช่วยจริง ๆ แต่นะครับแต่ การช่วยเหลือทั้งสิ้นนั้น เราก็ต้องให้กลับเขาไป ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยืมเขามา หรือไปขอมา ไม่มีทางที่เราจะไม่มอบคืนครับ

สุดท้ายเป็นเรื่องสะสมอีกครั้ง หลายคนถามผม “มึงทำงานเยอะงี้ เอาไปทำไรหมดวะ” ผมได้แต่หัวเราะ แล้วพูดประสาผม “กินเหล้าพี่” หารู้ไม่แล้ว ผมพยายามอะไรบางอย่างอยู่ สุดท้ายแล้ว ผมขอถามทุกคนตรงนี้ว่า “คุณมีหนี้สินหรือไม่” คนที่อ่านข้อความผมตอนนี้ร้อยละ 60 ผมว่ามีครับ มันอยู่ที่ประมาณหรือจำนวนไหน แต่จะบอกอย่างงี้ครับ หนี้สินไม่ใช่ปัจจัยหลักซะส่วนใหญ่ สภาพแวดล้อม งานที่เคยมีมหาศาล มันเริ่มหมดไป ทำให้การงานการเงินผมนั้นหมุนไม่ทัน ส่งที่บ้านด้วยตัวคนเดียว

สุดท้ายแล้วการหยิบยืมเป็นเรื่องธรรมดาครับ ไหนจะค่าเบ็ดเตล็ดในบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอาหารหมา ค่ากินของแม่และผม ผมคนเดียวครับรับผิดชอบทั้งสิ้น แต่ไม่เคยน้อยใจครับ หรืออาจจะมีบ้าง จนมีครั้งล่าสุดครับ ที่ผมจำเป็นต้องคืนเขาไปบ้าง แต่ผมไม่มีจริง ๆ ด้วยวัตถุติดตัวของผมมีชิ้นเดียวคือรถยนต์นั้น ก็ต้องมีการขายฝากเกิดขึ้น เพื่อคืนเขาไป

สุดท้ายวันที่จะไปนำรถออก “มันพังพินาศครับ” ผมไม่ได้ทำตามที่ทุกคนหวังไว้ครับ ผมเครียดมาก กลัวแม่จะเสียใจ กลัวคนรอบข้างจะตลก กลัวแม่ด่า กลัวทุกอย่าง จนร้องไห้ตั้งแต่ไปส่งแฟนทำงาน 19.00 น. รวม ๆ 6 ชั่วโมง ผมคิดที่จะกินยานอนหลับจำนวน 40 เม็ดที่ผมกำอยู่ในมือ คิดอยู่แบบนั้น จนคิดแล้วว่า ไม่ดีกว่า ชีวิตต้องมีการแก้ไขต้องรักแม่ให้มาก ๆ

แฟนผมเลิกงาน แฟนผมพาไปกินข้าว ในใจเขารู้ว่าผมเครียด รอยยิ้มเขาจะยิ้มให้ผมตลอดเวลา มันให้ผมหยุดเครียดช่วงเวลาหนึ่ง สุดท้ายกลับไปห้อง ผมกอดเขาแน่น ๆ แล้วร้องออกมา คือมันไม่มีใครไหวหรอกครับ ชีวิตที่แบกปูนหนัก ๆ ไว้บนหลัง อยากหนีไปไกล ๆ ที่ที่ไม่มีคนรู้จักเรา ผมนอนซมต่อเนื่องไปจนเขาหลับไปเป็นชั่วโมง ผมยังนั่งมองยานอนหลับ 40 เม็ดนั้นไว้ไม่ขาด

ได้เวลากลับบ้านแล้วนะคิว” คำถามนี้รู้ไหม นี่คือคำถามที่จะบอกว่า “มึงจะกินไม่กิน” ผมนอนคิดเป็นหลายนาที มองแต่ยาเม็ดพวกนั้น จนแฟนตื่นอีกรอบ เขาก็ยิ้มให้ทุกครั้ง แต่รอบนี้ผมยิ้มไม่ออกจริง ๆ ครับ เพราะผมจะทำแล้ว สุดท้ายผมก็ทำ ปล. ผมไม่ได้เล่นการพนันใด ๆ นะครับ เรื่องที่กล่าวนั้นเฉพาะอดีตปี 2560 เท่านั้นครับ แค่ปัจจุบันอยากแก้ไขให้หมดสิ้น

40 เม็ดที่กรอกเข้าไปในปาก ตั้งแต่ 05.45 น. ในตอนเช้า คิดในใจไว้ ถ้ามันจะหลับ ก็ขอให้หลับไปเลยละกันนะ ไม่ต้องฟื้นขึ้นมาอีกแล้ว เหนื่อยเหลือเกิน ผมกำมือแฟนผมไว้แน่น แล้วบอกว่า “ถ้าไม่ตื่นไม่ต้องปลุกนะ เดี๋ยวตื่นเอง” แน่นอนครับแฟนผมไม่รู้ว่าผมกิน ยานี้ออกฤทธิ์ไม่ถึงชั่วโมงโดยชัดเจน ไม่ทรมานครับ แต่มันไม่ได้ทำให้คุณตายครับ มันให้คนรอบข้างคุณทุรนทุรายแทน ผมทำอะไรและจำอะไรไม่ได้เลย แฟนผมเองและรุ่นพี่บางคนเรียกรถพยาบาลให้ ไปถึงโรงพยาบาลได้ทัน สรุป ผมไม่ได้ตายครับ

แค่สมองการทำงานมันหยุดชะงัก ทำอะไรเองไม่ได้ ทุกคนช่วยผมหมด ผมหมดสติไปร่วม ๆ 12 ชั่วโมง ภาพแรกที่เงยหน้าขึ้นมาคือ “แม่ครับ” แม่เดินตรงไปหาหมอ แล้วกลับมาหาผม คำพูดแรกของแม่ “ถ้าคิวไปแล้ว แม่ล่ะลูก แม่จะอยู่กับไคร” ทุกคนครับ ผมไม่เคยกอดแม่เลย

เมื่อวานคือครั้งแรกที่ผมโผกางแขนกว้าง ๆ แล้วกอดแม่แน่น ๆ แล้วร้องไห้ออกมา แม่ไม่ถามอะไรผมซักนิด แม่แต่มีว่า “อายุเท่าคิว แม่ยังสู้เลย ทำไมคิวไม่สู้ล่ะลูก แม่ยอมไปนอนข้างถนนก็ได้ แต่แม่ไปไม่ได้ ถ้าไม่มีคิวนะลูก” ผมสะลึมสะลือพูดเป็นประโยคไม่ได้ซักคำ แค่จะพูดว่า “ขอโทษนะแม่และเรา เรื่องราวทั้งหมด”

สุดท้ายนี้ ผมรู้แล้วสิ่งที่จะทำให้ผมมีชีวิตต่อ คือสู้ชีวิตครับ สู้แล้วไม่ใช่ฆ่าตัวตาย สิ่งที่สู้คือสู้เพื่อเอาชีวิตรอด ชีวิตมีเริ่มใหม่ได้ทั้งหมดครับ คนเราขึ้นสูงลงสูงได้เสมอ ทุกอย่างมีทางออกและทางแก้ วันนี้ผมยังไม่ตายครับ แค่ดูแลตัวเองไม่ได้ 100% แต่ผมจะเริ่มใหม่ให้กลับมา 100% จะเป็นคิวคนเดิมที่เป็นคนใหม่ ชะตากรรมอยู่ข้างหน้า ขอให้มันเป็นไปตามนั้นครับ หน้าที่เราคือแก้ไข

สุดท้ายนี้ ใครที่คิดฆ่าตัวตาย โปรดเถอะครับ อย่าทำมัน มันไม่ได้ทำให้คุณตายแล้วจบลง ยังมีคนรอบข้างที่รักคุณอีกมากมาย ที่สำคัญคือครอบครัว แม่ พ่อ ที่เสียใจกับการกระทำของเราครั้งนี้แน่นอน ใช้ชีวิตที่เหลือให้มีค่า เริ่มต้นใหม่ในทุกวัน ชีวิตพวกคุณก็พัฒนาและมีค่าอย่างใหญ่ครับ

คุณเห็นรูปโปรไฟล์ผมมั้ย นั่นแหละนักสู้ แม่ผมเอง มาครับ มาสู้ด้วยกัน สบายใจที่สุดครับ ตอนนี้ผมกอดแม่ตลอดเลยครับ ขอบคุณที่อ่านจบ สู้ชีวิตกันนะครับ ใช้ชีวิตให้สนุกครับ ผมยังเป็นผู้พิชิตรอยยิ้มให้ทุกคนเสมอ”

ทางโพสต์ทูเดย์ขอแสดงความเสียใจกับการจากไปของหนุ่มคิวด้วยนะคะ

ที่มา : Posttoday.com : บันเทิง
ขอขอบคุณ : Posttoday.com : บันเทิง