ปันปัน เต็มฟ้า อาลัย พ่อปุ๊ บรรเจิด เสียใจวินาทีสุดท้ายไม่ทันเจอพ่อ ฉลองวันเกิด


เกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

ปันปัน เต็มฟ้า อาลัย / วันที่ 6 พ.ค. ที่ ศาลา4 (ศาลา สิทธิสยามการ) วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลศพ คุณพ่อบรรเจิด กฤษณายุธ หรือ ปุ๊ กรุงเกษม ที่เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวาย ในวัย 79 ปี สามีของ ‘แหวน’ ฐิติมา สุตสุนทร นักร้องชื่อดังที่ล่วงลับไปแล้ว และเป็นบิดาของ ‘ปันปัน’ เต็มฟ้า กฤษณายุธ นักร้อง/นักแสดง

คุณพ่อบรรเจิด กฤษณายุธ หรือ ปุ๊ กรุงเกษม เป็นบุคคลมีชื่อในยุค 2499 จากตำนานการยกพวกตีกันครั้งใหญ่ของวัยรุ่นฝั่งพระนครกับฝั่งธนบุรี ในขณะนั้น โดยมีคู่ปรับคนดังอย่าง แดง ไบเล่ เป็นต้น ปุ๊ กรุงเกษม ยังคงดำรงชีวิตเรื่อยมา ประกอบอาชีพเป็นทั้งนักธุรกิจ สจ๊วต และ เป็นนักเขียนอีกด้วย

ร่างคุณพ่อบรรเจิด ได้ถูกเคลื่อนมาจากโรงพยาบาลซานเปาโล หัวหิน มาถึงที่ศาลา 4 (ศาลาสิทธิสยามการ) วัดธาตุทอง พระอารามหลวง ในเวลา 14.00 น. จากนั้นลูกชายกับภรรยาคนแรก ได้จุดธูปอัญเชิญดวงวิญญาณและนำร่างขึ้นตั้งบนศาลาเพื่อรอประกอบพิธีรดน้ำศพ

เวลา 15.40 น. เริ่มพิธีรดน้ำศพ ‘ปันปัน’ ลูกสาว ได้รดน้ำลงบนมือของคุณพ่อ และได้มากราบที่ปลายเท้าของคุณพ่อเพื่อเป็นการบอกลาเป็นครั้งสุดท้าย

17.00 น. ก่อนเจ้าหน้าที่จะทำพิธีบรรจุร่างลงในหีบศพ ลูกชายทั้ง 2 คน คือ คุณปิยะ บุนนาค และคุณปรานต์ บุนนาค ลูกกับภรรยาคนแรก และ ปันปัน ลูกสาว ได้นำเงินใส่พานเพื่อซื้อที่ทางเพื่อให้ดวงวิญญาณเดินทางไปสู่สัมปรายภพที่สวยงามตามธรรมเนียม ลูกทั้ง 3 คนของคุณพ่อบรรเจิด ได้นั่งลงที่ด้านปลายหีบบรรจุร่างคุณพ่อและได้ก้มกราบลาขอขมาอโหสิกรรมก่อนจะปิดฝาหีบศพ และนำขึ้นตั้งบนแท่นเพื่อรอประกอบพิธีสวดอภิธรรมบำเพ็ญกุศล ในเวลา 19.00 น. ตามลำดับต่อไป

บรรยากาศภายในศาลาเป็นไปด้วยความโศกเศร้าของญาติพี่น้อง และลูกๆ รวมถึงแขกผู้ใหญ่ที่เดินทางมาร่วมพิธี สำหรับวันนี้มีเหล่าคนดังในแวดวงบันเทิงได้ส่งพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัย อาทิ หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล, ฉัตรชัย-สินจัย เปล่าพานิช, นิติพงษ์-รุ่งฤดี ห่อนาค, ปิติ-วรนุช ภิรมย์ภักดี, สายทิพย์ มนตรีกุล ณ อยุธยา-วรฤทธิ์ ไวนเจียรนัย, พงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล, เศรณี ชาญวีรกูล-ชนม์ทิดา อัศวเหม, ธงชัย แมคอินไตย์, พล.ต.อ.จักรทิพย์-ดร.บุษบา ชัยจินดา ฯลฯ

ก่อนเริ่มพิธีสวดอภิธรรม ‘ปันปัน เต็มฟ้า’ ได้เปิดใจกับสื่อมวลชนถึงการจากไปของคุณพ่อบรรเจิดว่า “คุณพ่อมีอาการของโรคหัวใจเป็นพื้นอยู่แล้ว เคยทำบอลลูนไป 2 รอบ คุณพ่ออายุ 79 ปีแล้ว เลยเริ่มมีอาการอื่นๆ เข้ามา เช่น เดินยาก อ่อนเพลีย หลายๆ อย่างค่ะ เมื่อวานคุณพ่อไปค่อยข้างไว อยู่ที่บ้านที่หัวหิน ก็ดูแลกันตามปกติ

ตอนนั้นยังทำงานอยู่ทีกรุงเทพฯ คุณพ่อบอกอยากจะไปทานอาหาร ก็เลยให้คนดูแลไปเอาอาหารมาให้ หลังจากนั้นก็เป็นอาการช็อก แต่อยู่บนเตียงนะคะไม่ได้ล้มอะไร เหมือนวูบไปเลยบนเตียง น้ำตาไหล เป็นอาการช็อก ก็เลยเรียกรถพยายามมารับ แกอ่อนแรง ก็ให้ออกซิเจน พอถึงโรงพยาบาลก็ปั้มหัวใจ ประมาณ 40 นาที

ทราบตอนไหนว่าคุณพ่อมีอาการนี้? “มาทราบตอนที่พ่อขึ้นรถไปแล้ว ก็รออัพเดตอยู่ ระหว่างนั้นปันก็เตรียมตัวจะไปหัวหิน เพราะรู้ว่าอาการเริ่มไม่ดีแล้ว ก่อนหน้านี้เหมือนคุณพ่อมีอาการท้องเสีย ซึ่งมันก็เป็นสัญญาณไม่ค่อยดีเท่าไหร่ กับคนสูงอายุแล้วท้องเสียหนัก”

ก่อนหน้านี้มีอาการป่วยอื่นๆ ไหม? “แกอายุค่อนข้างมาก สุขภาพก็จะไม่เต็มร้อยอยู่แล้ว เดินค่อนข้างช้า ต้องมีไม้ช่วย พอมาเป็นอย่างนี้ คุณหมอก็เลยวินิจฉัยว่าเป็นเพราะโรคเดิม คือโรคหัวใจ ที่ผ่านมาคุณพ่อก็พยายามที่จะออกกำลังกาย ทานอาหารที่มีประโยชน์ พอมันเป็นในระยะเวลาที่ค่อนข้างนาน อายุมากแล้ว มันก็เลยอาจจะล้มเหลวข้างในด้วย”

“โรคหัวใจคุณพ่อแกรักษามาเป็นสิบปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ปันยังเด็กเลย มีทำบอลลูน 2 รอบ แต่ไม่ได้บายพาสอะไรเพราะแกกลัวการผ่าตัดใหญ่”

ได้เจอพ่อล่าสุดเมื่อไหร่? “ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาปันยังเอาข้าวแช่ไปทานด้วยกันอยู่เลย ท่านมาอยู่หัวหินได้ประมาณ 2 ปีแล้ว เราสร้างบ้านไว้ที่หัวหิน มีคนรู้จักอยู่ด้วย มันก็บรรยากาศดีกว่า เสี่ยงต่อโควิดน้อยกว่าที่กรุงเทพฯ ก็คุยกับคุณพ่อว่าที่หัวหินน่าจะสบายใจกว่า เพราะท่านก็เกษียณแล้ว ที่ผ่านมาปันก็ไปๆ มาๆ เยี่ยมท่าน คนเห็นว่าปันไปหัวหินบ่อย จริงๆ ก็คือไปเยี่ยมคุณพ่อเป็นหลักเลย”

มีเตรียมใจไว้บ้างไหม?ต้องยอมรับว่ามีเตรียมใจไว้ เพราะคุณพ่ออายุมากแล้ว ก่อนหน้านี้เห็นท่านค่อนข้างที่จะอ่อนแรงมาตลอด เลยรู้สึกว่ามันต้องมีสักวันแหละที่วันนี้มันจะเกิดขึ้น แต่พอมันเกิดขึ้นจริงๆ ก็เสียใจนะคะ พอเราทำงานยุ่งเราก็จะรู้สึกผิดว่าเราน่าจะให้เวลามากกว่านี้ จริงๆ แล้วช่วงที่ผ่านมาเราก็ทำเต็มที่เท่าที่เราจะทำได้ที่สุดแล้วในการบริหารอะไรต่างๆ”

เสียใจเหมือนกันที่วินาทีสุดท้าย เราไม่ได้อยู่กับพ่อ? “ก็มีความรู้สึกเสียใจตรงนั้นด้วย เพราะวันที่ 27 พ.ค. นี้ เป็นวันเกิดของคุณพ่อด้วย ตอนแรกแพลนกันอยู่เลยว่าจะไปหาแล้วก็ฉลองเบิร์ธเดย์กัน เพราะทุกเทศกาลถึงแม้คุณพ่อจะอยู่หัวหินแต่เราก็พยายามจะไปฉลองด้วยกันให้ครบทุกเทศกาล อีกแป๊บเดียวก็จะถึงวันเกิดคุณพ่อแล้ว ก็เลยรู้สึกเสียใจตรงนี้ด้วย”

ได้บอกลาพ่อว่ายังไงบ้าง? “ก่อนหน้านี้ก็ได้มีการให้ความมั่นใจคุณพ่ออยู่เรื่อยๆ ว่าเราดูแลตัวเองได้ เราตั้งใจทำงานทุกอย่าง ทำโปรเจ็กต์อะไรก็มีการอัพเดตให้คุณพ่อรู้ตลอด คุณพ่อน่าจะไว้วางใจเราแล้วแหละว่าเราโอเค เราเข้มแข็ง ดูแลตัวเองได้ดี

ในการลาเราก็บอกคุณพ่อไว้ตลอดให้ความมั่นใจว่าคุณพ่อไม่ต้องห่วง เราเข้มแข็ง สามารถไปต่อได้ แล้วก็บอกคุณพ่อว่าอยากให้คุณพ่อไปเจอกับคุณแม่ข้างบน อยากให้คุณพ่อมีความสุขเสียที ไม่ต้องมารู้สึกว่าตัวเองอ่อนเพลีย ได้อยู่สบายๆ แข็งแรงข้างบนกับคุณแม่”

กับคุณแม่ละ? “ความจริงกับคุณแม่คิดถึงทุกวันอยู่แล้ว ไม่มีวันไหนเลยที่รู้สึกไม่คิดถึงคุณแม่ ก็รู้สึกว่าคุณพ่อกับคุณแม่แต่งงานกันก่อนปันจะเกิด 12 ปี ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่พวกเขาจะได้กลับไปอยู่ด้วยกันแล้วสองคน เลยอยากจะให้ท่านได้เจอกันจริงๆ และมีความสุข”

พ่อเป็นห่วงอะไรเรามากที่สุด? “คุณพ่อน่าจะเป็นห่วงเรื่องการใช้ชีวิตโดยรวม ถึงแม้เราอยู่ในวัยทำงานแต่คุณพ่อก็ยังมองเราเป็นเด็กอยู่ เวลามีอะไร เห็นเราเครียดเรื่องงานอะไรไปนิดนึงคุณพ่อก็จะเตือนแล้วว่า take it easy นะ อย่าไปเครียดกับมันมาก แต่เราก็อยากจะเร่งตัวเองด้วย อยากจะตั้งใจทำงานให้เราเก่งเร็วๆ เราคิดว่าเราอยากจะสตรองขึ้นมาให้ได้ เพราะเรารู้อยู่แล้วว่าวันนี้มันต้องมาถึง”

วางแพลนตัวเองต่อจากนี้ยังไงบ้าง? “เราก็ทำงานต่อไป อาจจะมีงานประจำด้วย แล้วก็มีโปรเจ็กต์ธุรกิจของตัวเอง เป็นธุรกิจเสื้อผ้า พยายามที่จะบาลานซ์ตัวเองไม่ให้เหนื่อยจนเกินไป มีเวลาทั้งทำงาน มีเวลาให้ตัวเอง มีเวลาให้เพื่อนด้วย ครอบครัวด้วย ถ้าสมมติงานเริ่มโอเคอีก 2-3 ปี ก็อาจจะเรียนปริญญาโท ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ไป แต่ก็เป็นความคิดของเราเหมือนกัน”

หลังจากนี้ตั้งใจจะทำอะไรเพื่อคุณพ่อบ้าง? “น่าจะเป็นการทำบุญให้ตลอด ทั้งคุณพ่อและคุณแม่ก็จะทำร่วมกัน”

ต่อมาเวลา 19.00 น. เจ้าภาพประกอบด้วยครอบครัวกฤษณายุธ นิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป สวดอภิธรรม บำเพ็ญกุศลศพ คุณพ่อบรรเจิด กฤษณายุธ

ทั้งนี้กำหนดสวดอภิธรรม คุณพ่อบรรเจิด กฤษณายุธ ณ ศาลา 4 (ศาลา สิทธิสยามการ) วัดธาตุทอง พระอารามหลวง แขวงพระโขนงเหนือ เขตวัฒนา โดยวันศุกร์ที่ 6 พ.ค. 2565 เวลา 16.00 จะมีพิธีรดน้ำศพ เวลา 19.00 สวดอภิธรรม

วันเสาร์ที่ 7 พ.ค. ถึง วันอังคาร 10 พ.ค. 2565เวลา 19.00 สวดอภิธรรม และ วันพุธที่ 11 พ.ค. 2565 เวลา 17.00 จะประกอบพิธีฌาปนกิจ (เมรุหน้า)

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7036277
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_7036277




บัตรกดเงินสด ซิตี้ เรดดี้เครดิต

บัตรเครดิต ซิตี้ ลาซาด้า

บัตรเครดิตซิตี้ แกร็บ

บัตรเครดิต ซิตี้ แคชแบ็ก แพลตตินั่ม

บัตรเครดิต ซิตี้ รีวอร์ด