เมียถึงขั้นปราม “เจมส์” หวงลูกหนัก ขอครูนั่งเรียนกับ “น้องเมดา” บำรุงสเปิร์มปั๊มทายาทเพิ่ม



“เจมส์ เรืองศักดิ์” เปิดใจติด “น้องเมดา” หวงยิ่งกว่าไข่ในหิน หวั่นลูกเข้าโรงเรียน คนที่ร้องไห้ต้องเป็นตน เล็งขออนุญาตครูไปเรียนกับลูกด้วย โอดเมียปรามทุกวันให้ปล่อยบ้าง ลั่นพร้อมมีทายาทคนที่ 2 อยู่ในช่วงบำรุงสเปิร์ม

ให้ความสำคัญกับการมีครอบครัว ถึงขั้นประกาศจะงดรับงาน แต่ล่าสุด “เจมส์ เรืองศักดิ์ ลอยชูศักดิ์” หนีลูกเมียมารับงานซีรีส์ “เสน่หาสตอรี่” งานนี้เจ้าตัวเผยว่าขออนุญาตครอบครัวเรียบร้อยแล้ว ไม่อยากจะทิ้งวงการ
  
“ใช่ครับ เพราะน้องเมดาเริ่มเข้าขวบกว่าๆ แล้ว ไม่ใช่เด็กแบเบาะแล้ว เดินได้ วิ่งได้ ตอนนี้ก็เลยขออนุญาตลูกแล้ว เพราะคิดว่าไม่อยากจะทิ้งวงการบันเทิงไปเลยครับ ก็เลยคิดว่าปีนึงจะรับสัก 1-2 เรื่อง และเรื่องนี้ก็เป็นการถ่ายแบบสั้นๆ ด้วย ก็เลยรับ ก็ลดจำนวนละครลงครับ ก่อนจะมีลูกเราถ่ายละคร 7 วัน แต่ตอนนี้เราอาจจะถ่ายละครได้เต็มที่ก็สัก 3 วัน ที่เหลือก็อาจจะมีรับคอนเสิร์ต เพราะอยากจะจัดสรรเวลา มีเรื่องของครอบครัว เรื่องของลูกให้เป็นส่วนใหญ่ด้วย คือไปอ่านงานวิจัยตัวนึงเขาบอกว่าเด็กอายุ 1-3 ขวบเป็นช่วงสำคัญมาก ถ้าหากว่าเราไม่ให้เวลาเขาตอนนี้ หลังจากนี้เขาอาจจะไม่อนุญาตให้เราให้เวลากับเขาแล้ว ก็เลยคิดว่าเรายอมตรงนี้ดีกว่า”

พัฒนาการดีตามวัย ติดลูกมาก เล็งขอไปนั่งเรียนกับลูก
“กำลังน่ารักมากครับ การเรียนรู้ของเขา การพูด การจำของเขามีพัฒนาการที่ดี และมีความผูกพันกับพ่อแม่มากเลยครับ ก็เลยรู้สึกว่าต้องให้เวลากับเขาให้เต็มที่ที่สุด เรื่องติดลูก โอ้โห ต้องเรียกว่าคุณแม่เขายังบอกว่าปล่อยๆ บ้าง (หัวเราะ) ย่าแทบจะไม่ให้แตะแล้วตอนนี้ คือเรากังวลไปหมดว่าจะล้มไหม หน้าจะคว่ำไหม โน่นนี่ไหม เพราะ 1 ก.ย. นี้เขาจะเปิดเรียนแล้ว เป็นหลักสูตรก่อนเตรียมอนุบาล เราก็บอกคุณครูว่ามีให้ผู้ปกครองเข้าไปเรียนด้วยได้ไหม ด้วยความว่าอยากจะไปดูแลเขาที่โรงเรียน แต่โรงเรียนเขาก็ดีนะ ให้ผู้ปกครองเข้าไปนั่งเรียนด้วย ก็คิดว่าสัก 6 เดือนหรือ 1 ปี ถ้าเขาเริ่มปรับตัวได้ก็จะปล่อยให้เขาไปเรียนคนเดียว”

ไม่รู้ห่วงอะไรลูก จากที่นึกว่าแม่จะกังวลมากกว่า ไปๆ มาๆ ตนกังวลกว่า
“ไม่รู้ทำไมเหมือนกันครับ เรานึกว่าคนเป็นแม่จะกังวลมากกว่า แต่กลายเป็นคนเป็นพ่อกังวลมากกว่า เพราะกลัวว่าถ้าละสายตาเราไปแล้ว คนอื่นเขาจะระวังลูกเราอย่างที่เราระวังเขาไหม ซึ่งอันนี้มันก็มีทั้งข้อดีและข้อเสีย (หัวเราะ) เพราะบางทีถ้าเราไประวังมาก เขาก็อาจจะไม่ได้พัฒนาไปอย่างถูกต้อง ผมก็เลยต้องพยายามทำใจให้แข็งๆ ไว้ครับ” 

กลัวร้องไห้เหมือนกัน วันลูกเข้าโรงเรียน
“ก็กลัวอยู่เนี่ย นี่ยังนั่งคุยกับแอน (อลิชา หิรัญพฤกษ์) ตลอดว่าเป็นยังไงบ้าง วันแรกของลูกไปโรงเรียนแอนก็ร้องห่มร้องไห้ ผมก็คิดในใจว่าครูก้อยไม่น่าจะร้อง ผมนี่แหละที่น่าจะร้องและน่าจะกังวลมาก (หัวเราะ) แต่ก็โอเคครับ เราต้องใจแข็ง”

เมียปรามทุกวันให้ปล่อยบ้าง
“ปรามทุกวัน เขาบอกพี่ต้องปล่อยบ้าง เราก็พยายามปล่อยนะ เวลาไปเดินห้างก็ให้เขาเดินเอง ทำเป็นไม่มองบ้าง แต่สุดท้ายก็ทนไม่ได้ ต้องเข้าไปประคอง เข้าไปอุ้ม แต่สุดท้ายแล้วค้นพบว่าควรให้ล้มบ้าง ควรให้มีบาดแผลบ้างเขาจะได้จำ”

ไม่ตั้งใจจะเลี้ยงลูกให้เป็นไข่ในหินขนาดนั้น ลั่นนึกภาพตอนเป็นวัยรุ่นไม่ออก
“คือไม่ได้ตั้งใจให้เป็นอย่างนั้น แต่ด้วยความที่เป็นห่วงครับ และเรากังวลตัวเอง มันก็อาจจะมีแบบนั้นบ้างครับ ด้วยความเป็นลูกสาวด้วย นี่ยังคิดเลยว่าตอนเล็กๆ ยังขนาดนี้ ถ้าเริ่มเป็นสาว เริ่มวัยรุ่นมีเพื่อน ยังนึกภาพไม่ออกเลย (หัวเราะ)”

ไม่สปอยแต่ห่วงความปลอดภัย
“จริงๆ ไม่สปอยนะครับ แต่เป็นห่วงความปลอดภัย วัยเด็กเราเป็นห่วงที่สุดคือจะล้มหน้าคว่ำ ล้มไปจับไฟฟ้า ไปโดนอะไรอันตราย แต่ไม่ตามใจนะ อันไหนที่บอกว่าไม่ได้คือไม่ได้ ส่วนลูกติดแม่มากกว่า เพราะพ่อไม่มีนม วัยนี้กำลังต้องการนม แต่เขาจะชอบอยู่กับพ่อ เพราะพ่อชอบถาม ถ้าเขาตอบได้เขาก็จะดีใจ เพราะได้รับคำชม ถามว่าหวงเขาขนาดนี้ เคยมีเหตุการณ์อะไรมาก่อนหรือเปล่า คือเดินๆ อยู่นี่แหละ ล้มหน้าคว่ำก็เคยมีครั้งนึง โชคดีไม่เป็นอะไรมาก แค่ถลอกหน่อยๆ ก็ไม่ถึงกับกลัวเสียโฉม แต่กลัวว่าถ้าปากเขาเจ็บจะกินอะไรไม่ได้” 

แพลนปั๊มลูกคนที่ 2 แล้ว บำรุงสเปิร์ม ลังเลเรื่องเพศ
“มีแพลนแล้วครับ เพราะความตั้งใจจริงๆ ผมอยากได้สามคน แต่คุณก้อยบอกว่าสองก็แล้วกัน แต่เราก็ชัดเจนเลยว่าเราใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ครูก้อยเองก็กำลังเข้าสู่ขั้นตอนของการบำรุงไข่ บำรุงมดลูกต่างๆ ผมก็เริ่มบำรุงสเปิร์มแล้วตอนนี้ (หัวเราะ) เลือกทานอาหารมากขึ้น

เรื่องเพศเราไม่สามารถเลือกเพศได้ในเชิงกฎหมายนะครับ แต่เราก็บำรุงตัวเองให้แข็งแรงที่สุดครับ ถามว่าอยากได้หญิงหรือชาย ตอนนี้ครึ่งๆ พอเห็นเด็กผู้ชายก็ชอบ แต่พอเราเลี้ยงน้องเมดาแล้วเรารู้สึกว่าถ้ามีผู้หญิงสองคนเราคงมีความสุขมากเลย แต่อีกใจพอเห็นเด็กผู้ชายน่ารักๆ ก็อยากได้ เลยยังครึ่งๆ กลางๆ อยู่

ก็น่าจะปีหน้า ปีนี้เป็นเรื่องของการบำรุง ตอนนี้ก็ปรึกษาคุณหมอเรียบร้อยหมดแล้วครับ เพราะครูก้อยเองเป็นคนที่ศึกษาเรื่องของผู้มีบุตรยากมา ก่อนหน้านี้ก็ทำเพจเบบี้แอนด์มัม เลยทำให้เขาดูแลตัวเองได้ด้วย คิดว่าความตื่นเต้นอาจจะน้อยกว่า แต่ความคล่องตัวน่าจะมากขึ้น เพราะเราผ่านประสบการณ์คนแรกแล้ว เราก็จะรู้แล้วว่าอุ้มยังไง แรกๆ นี่เก้ๆ กังๆ ส่วนเรื่องกังวล ก็คงเป็นเรื่องของโรคต่างๆ แต่คิดว่าในช่วงปีหน้าทุกอย่างน่าจะคลี่คลายขึ้นแล้ว ก็อยู่ในช่วงที่เราก็จะมีลูกพอดี

ที่ไม่มีปีนี้ เรื่องโรคไม่ใช่ปัจจัยหลักครับ แต่เพราะน้องเมดายังไม่หย่านม ขวบกว่าก็ยังร้องขอกินเต้าแม่ทุกวันอยู่เลย คือครูก้อยก็น่าเห็นใจมากเวลาที่เขาต้องให้นมลูก เขาก็ต้องหยุดทำทุกอย่างเลย ก็เป็นปีหน้าครับ ตอนนี้ก็เก็บเงินไปก่อน (ยิ้ม)”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000085584
ขอขอบคุณ : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000085584