ขวัญภิรมย์ หลิน สุดอัดอั้นคำดูถูกเป็นดาวโป๊ เปิดตัวลูกชายคนเล็กเป็น LGBT


สมัยก่อนผู้ชายเข้ามาจีบเยอะไหม?
ขวัญภิรมย์ : จีบเยอะ แต่พี่ก็มีแฟนเด็กนอกวงการตุนไว้แล้ว ก็เลยไม่ได้สนใจ

แต่ก็มีพระเอกในวงการด้วย?
ขวัญภิรมย์ : อันนั้นมาทีหลัง แรกๆ ตอนเข้าวงการ สักพักก็จะมีแฟนนอกวงการเป็นเด็กที่เราตุนไว้อยู่แล้ว แต่ก็มีคนเดียวนะ

ถือว่าคบซ้อนกับพระเอกไหม?
ขวัญภิรมย์ : ทีแรกที่ตุนไว้ เหมือนกำลังอยากจะเลิกพอดี เผอิญพี่ไปโชว์ตัวที่อเมริกาก็ไปเจอพระเอกคนนี้ แต่ตอนนั้นเขายังไม่เข้าวงการ แต่พอเขากลับมาเมืองไทยปุ๊บเขาก็มาเป็นพระเอกเลย ก็คบกัน ที่คบซ้อนนี่คือครั้งแรกในชีวิตเลย

พระเอกที่คบมีคนทราบไหมว่าคือใคร?
ขวัญภิรมย์ : ไม่มีคนรู้ แต่ว่าคนในวงการเวลาเราไปกองถ่ายเขาพอรู้ พอเห็นบ้าง

ปกติคิดว่าตัวเองเจ้าชู้ไหม?
ขวัญภิรมย์ : คิดว่าตัวเองไม่เจ้าชู้ เพราะว่าโดยปกติคบเป็นคนๆ เลย จะไม่ชอบคบซ้อน มีครั้งเดียวเลยที่คบซ้อน

แล้วตอนนั้นแบ่งเวลายังไง?
ขวัญภิรมย์ : นั่งทำงานอยู่ก็ไม่รู้หรอกว่าวันๆ ไปไหน เวลาก่อนจะเข้าบ้านก็คุยคนนี้ก่อน คุยให้เสร็จแล้วค่อยเข้าบ้าน เพราะเด็กอยู่ในบ้าน

ตอนนั้นเหนื่อยไหม?
ขวัญภิรมย์ : ไม่เหนื่อย สนุก พูดเล่น ก็เป็นแบบนี้ไม่กี่เดือน เพราะตัดสินใจแล้วว่าจะคบพระเอก พี่เลยเลิกดื้อๆ ทิ้งเฉยเลย เขาก็มาตามง้อ เจอที่ลิฟต์ก็มายืนคุย เขาบอกกลับบ้านเราเถอะ เราก็บอกไม่ ตัดสินใจแล้ว

เห็นว่าหนีออกจากบ้านเพื่อมาเข้าวงการ?
ขวัญภิรมย์ : ไม่ใช่หนีออกจากบ้านมาเข้าวงการ ตัวขวัญเองหนีออกจากบ้าน เพราะทนความลำบากที่บ้านไม่ไหว ที่บ้านเป็นคนจีน พ่อขี้เหนียวจ้างลูกน้องน้อยมาก เสร็จทุกคนในบ้านต้องแบ่งงานกันหมด ต้องทำงานทุกคน แล้วงานไม่ใช่งานธรรมดา ทำฟาร์มหมู ฟาร์มไก่ มันต้องคลุกคลีกับหมู กับไก่ งานมันมีตั้งแต่เช้าถึงค่ำ กว่าเราจะได้นอน กว่าจะได้พัก ไม่ใช่พี่ไม่ชอบ พี่ทนทำมากี่ปี พี่เหนื่อย ไม่ไหว จนอายุ 10 กว่า ตัดสินใจออกจากบ้าน หนีตามเพื่อนมากรุงเทพฯ พี่ไม่เคยออกจากตัวเชียงรายเลย

ตอนนั้นพ่อว่าไง?
ขวัญภิรมย์ : พ่อก็โกรธ พ่อแค่ให้ค่ารถมา ทุกวันนี้ไปคุยกับเขา เขาบอกว่าที่ให้แค่ค่ารถก็กะว่ามันไปไหนไม่รอดหรอก เดี๋ยวมันก็กลับมา แต่ปรากฏว่าไปจริงๆ

ถ่ายแบบครั้งแรกร้องไห้เลยเหรอ?
ขวัญภิรมย์ : ขวัญรับงานครั้งแรกเลยมันเป็นชุดว่ายน้ำ ถ่ายให้น่าจะเป็นของฮ่องกง แต่อันนี้มันต้องถ่ายโปสเตอร์หนัง มันต้องโป๊ เขาก็จะให้ตากล้องกับคนจัดไฟอยู่ในห้องกับเรา เขาก็เอาผ้ามาล้อมไว้ มันก็มีนอนถ่ายบ้างอะไรบ้าง ก็อาจจะมีโป๊ เสร็จแล้วทีนี้มีคนมาแอบดู เราก็เห็น คือเราเป็นคน มีความอายอยู่ ทำไมต้องมาแอบดูเหมือนเราไม่ใช่คน เรารู้สึกไม่มีความเป็นคนอยู่ในตัว อาย เลยร้องไห้

สมัยก่อนเจอทั้งคำดูถูก คำเหยียดหยาม โดนบูลลี่ด้วยเหรอ?
ขวัญภิรมย์ : สมัยก่อนบูลลี่ก็แบบประมาณว่าไม่รู้ว่าบูลลี่หรือเปล่า แต่ความคิดพี่คือแบ่งชนชั้น ถ้าเขาเป็นนางเอกเขาก็จะไม่มองเราเลย เหมือนเราแค่ดาวโป๊ประมาณนั้น

สมัยก่อนพี่โดนหยามศักดิ์ศรีความเป็นคนเลย?
ขวัญภิรมย์ : พี่รู้สึกอย่างนั้น รู้สึกว่าพี่ด้อยค่า เพราะว่าคนจะมองว่านี่ขายแต่ความเซ็กซี่อย่างเดียว แต่พี่ก็สู้นะ พี่สู้อยู่นาน เพื่อให้คนเวลาเจอเราจะได้รู้ว่าเราเป็นคนยังไง

แล้วทำไมตัดสินใจหันหลังออกจากวงการบันเทิง?
ขวัญภิรมย์ : มันก็หลายอย่างรวม ไหนจะชีวิตส่วนตัวที่วุ่นวายอยู่ เสร็จแล้วทำงานเหนื่อยด้วย ถ่ายละคร โชว์ตัว บางทีถ่ายถึงตี 4 แล้ว 6 โมงเช้า นัดกอง 7 วันแทบไม่ได้นอนเลย พี่ก็เลยมานั่งคิดว่าอุตส่าห์หนีความเหนื่อยมา ทำไมมาเหนื่อยอย่างนี้ สรุปชีวิตเราต้องการอะไร คือยังเด็กด้วยแหละ คิดไม่เป็น

เรียกว่าพี่ออกจากวงการไปสร้างครอบครัว ไปมีลูกได้ไหม?
ขวัญภิรมย์ : ตอนนั้นอาจจะเป็นอกหักจากแฟนก่อน เลยออกจากวงการ พระเอกนั่นไง คือตัวพี่ทำพี่เอง เขามาคลุกคลีอยู่กับพี่ 24 ชม.ไม่กลับบ้านตัวเอง แม้กระทั่งแม่บอกว่าวันอาทิตย์กินข้าวด้วยกันนะ ก็ไม่ไป หลงติดกันหนึบเลย ตอนหลังลูกไม่ไปกินข้าวที่บ้านก็ทำปิ่นโตมาให้ที่คอนโดฯ เรา เราก็เลยสงสาร รู้สึกผิด ก็หาเรื่องเลิกเขา หนีกลับบ้านเลย ก็หาเรื่องกลับบ้านเพื่อให้เขาห่างเรา ไม่งั้นเขาไม่ห่าง สงสารแม่ ความเป็นผู้หญิงเขาคงไม่อยากได้ดาวโป๊ไปเป็นสะใภ้เขา

พี่ก็ไปเจอคนใหม่?
ขวัญภิรมย์ : นานอยู่นะกว่าจะเจอ คือพี่เลิกกับพระเอกไปพี่ก็ไปมีครอบครัว มีลูก 1 คน สุดท้ายคือเจอพี่เบิร์ดแล้วก็มีลูกอีก 1 คน

ลูกคนเล็กรักมากที่สุด ห่วงมากที่สุด?
ขวัญภิรมย์ : เขาก็ตัวติดกับพี่ คลุกคลีกันตลอด

เป็นครั้งแรกด้วยที่น้องต่อมาเปิดตัว ยอมรับว่าเป็น LGBT แม่ลูกอยู่ด้วยกันมีปัญหาไหม?
ขวัญภิรมย์ : ไม่มี
ต่อ : ไม่มี อยู่ด้วยกันเหมือนเป็นเพื่อนกัน เป็นพี่ คุยได้ทุกเรื่องเลย พาไปช็อปปิ้งทุกอย่าง ตอนเด็กๆ ต่ออยากเป็นดีไซเนอร์ก็เลยชอบเรื่องพวกนี้

น้องต่อรู้ตัวเองตั้งแต่ 4 ขวบ?
ต่อ : ใช่ ตั้งแต่เบบี้เลย

ตัดสินใจบอกคุณแม่ตอนไหน?
ต่อ : ไม่ได้เหมือนกับบอก หนูไปเรื่อยๆ เหมือนหม่ามี้รู้อยู่แล้วตั้งแต่เด็กว่าเป็น เอาเดรสหม่ามี้มาใส่ หม่ามี้ก็คือตัดขาให้เรียบร้อย

ตอนที่เขามาบอกแรกๆ เรามีคิดไหมว่าอยากได้ลูกชาย?
ขวัญภิรมย์ : จริงๆ คาดหวังว่าจะเหลือคนนึง เพราะว่าคนโตทีแรกแมนๆ แต่ตอนนี้ พอคนนี้เป็นก็เฉยๆ ยอมรับได้แล้ว ทีแรกอยากได้ลูกสาว เขาออกมาดันเป็นลูกชาย

น้องต่อกับพี่ชายคนโตน้องต้น คนละพ่อกัน น้องต้นขาหักด้วย?
ขวัญภิรมย์ : นางขับรถบิ๊กไบค์แล้วก็ไปล้มขาหัก เมื่อ 2-3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ก็ดามเหล็กอยู่ ทีแรกตอนเขาไปหัวหินกับเรา เขาก็พาแฟนผู้หญิงไปตลอด ไม่เคยรู้ อยู่ดีๆ วันนั้นขาหักก็เลยแบบไหนๆ ชีวิตคงไม่มีอะไรแย่ไปกว่านี้แล้วก็เลยบอกแม่เลยดีกว่า เขาก็เลยบอกว่า แม่ลูกมีอะไรจะบอก เรานึกในใจสงสัยทำผู้หญิงท้องแน่เลย ลึกๆ ในใจเราเป็นคนรักเด็ก ไม่เป็นไรคงได้เลี้ยงหลานสมใจ เขาบอกว่าลูกคบกับพี่ผู้ชายอยู่ เราก็คิดว่ารุ่นพี่ที่มหา’ลัย

แม่ช็อกไหม?
ขวัญภิรมย์ : นิดๆ เพราะว่าคาดหวังไง เวลาไปห้างด้วยกันก็จะบอกว่าชุดนี้นะเดี๋ยวให้ลูกพี่ต้นใส่ คิดว่าเหลือสักคนก็ยังดี พอเขาบอกปุ๊บ วินาทีแรกอึ้งแป๊บ พอคิดได้ก็บอกเขาไม่เป็นไรลูก เป็นอะไรก็ได้ ขอแค่ลูกเป็นคนดีของสังคมก็พอ (ชมคลิป คลิกที่นี่).

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1914793
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1914793