“ไมค์” ปล่อยโฮ เปิด 6 ข้อเรียกร้องจาก “ซาร่า” ขอซื้อบ้าน ขอเพิ่มเงิน ห้ามนำลูกหารายได้ และต้องส่งเสียจนกว่าจะมีงานทำ



“ไมค์” ทนไม่ไหว ร้องไห้สะอื้น หอบหลักฐานจ่ายเงินรับผิดชอบทุกอย่างตั้งแต่คลอดยันปัจจุบัน เปิดข้อเรียกร้อง “ซาร่า” ต้องซื้อบ้านให้ ส่งลูกให้จบป.เอก ขอเงินเดือนเพิ่มเป็นเดือนละ 50,000 ต้องมีพี่เลี้ยงและคนขับรถ ห้ามไมค์เอาลูกไปหากิน 

หลังจากที่เมื่อวานนี้ (16ก.ย) “ซาร่า คาซิงกินี” และ “ไมค์ พิรัชต์” ต่างก็ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อ ในมุมของตัวเองกันทั้งคู่ไปแล้ว ก็ทำให้ได้ข้อสรุปที่ว่า สาวซาร่าบอกว่าไมค์ลดเงินค่าเทอมลูกและให้ตนอยู่ห้องเช่าเดือนละ 4000 บาทแถมยังโดนตัดน้ำไฟ บีบให้ออกจากคอนโดยืนยันจะค้านการยื่นฟ้องปกครองลูกร่วมแน่นอน เพราะสิ่งที่ไมค์เสนอมาเหมือนเป็นการลดคุณภาพชีวิตของลูก

ด้านหนุ่มไมค์เลยได้ออกมาชี้แจ้งว่า ตนเป็นผู้ดูแลค่าใช้จ่ายของซาร่าและลูกทุกสิ่ง ทั้งจ่ายเงินค่าเทอมปีละ 8 แสน แล้วยังให้เงินใช้เดือนละ 3-4 หมื่น แถมยังจ่ายค่าที่พัก ค่าจ้างพี่เลี้ยงและคนขับรถทั้งหมด แต่พอเจอพิษโควิดงานหด เลยจำเป็นต้องขอลดเงิน ซาร่ากลับมีปัญหาไม่ให้เจอลูก ตนขอยื่นรับรองบุตรมาตลอดแต่กลับโดนบ่ายเบี่ยง ยืนยันแค่ขอมีส่วนในการเลี้ยงดูเท่านั้น ไม่ได้คิดจะพรากลูกไป

วันนี้ (17.ก.ย) หนุ่ม “ไมค์ พิรัชต์”และ “ทนายเจมส์” เลยได้หอบหลักฐาน ในเรื่องของการจ่ายค่าใช้จ่ายทั้งหมดพร้อมเปิดเผยข้อเรียกร้อง 6 ข้อที่ทางซาร่าได้เสนอมา ในรายการโหนกระแส ทางช่อง 3 ว่า

เมื่อวานซาร่าพูดว่าถ้าไมค์มาเธอจะมาซึ่งวันนี้เธอก็จะมาแต่ไมค์ไม่อยากให้มา
“ผมว่าไม่เหมาะสม ยังไงเราก็ต้องไปเจอกันในศาลอยู่แล้ว ภาพที่ออกสื่อลบไม่ได้ลูกโตมาต้องมานั่งดูพ่อแม่ทะเลาะออกสื่อ ผมว่าไม่มีประโยชน์อะไร สุดท้ายการกระทำผู้ใหญ่เกิดผลเสียกับลูก ซึ่งผมรู้สึกว่าแล้วจะมานั่งประจันหน้ากันทะเลาะกันทำไม ในสถานการณ์ที่ไม่สามารถคอนโทรลได้ มีอะไรไปคุยในศาล วันที่ 2 เดือนพ.ย. ที่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ซึ่งผมกับซาร่าไม่เจอหน้ากันน่าจะเกือบปีแล้วครับ”

“ต้นเหตุทำให้ตัดสินใจไปร้องต่อศาลจริงๆ มีสาเหตุสะสมมาเรื่อยๆ แต่ที่ผมไม่โอเค 2 จุด จุดแรกลูกผมเริ่มมีพฤติกรรมเปลี่ยนไปเวลาเจอผมปกติเขาจะวิ่งมากอดแดดดี้โน่นนี่นั่นอยู่ด้วยกันเขาจะรักกันดีเป็นปกติ บางทีอยากอยู่กับผมไปเที่ยวกันไม่อยากกลับบ้าน แต่ตั้งแต่มีการคุยเรื่องปรับโรงเรียนปรับค่าใช้จ่ายต่างๆ ลูกผมก็มีความเปลี่ยนไปเช่น กลัวผวาดูเหมือนอยากแสดงอะไรบางอย่างแต่ก็กั๊กเอาไว้ และกลัวคำพูดเขาก็ดูเกร็งๆ เห็นได้ชัด วันหนึ่งที่คุยกับเขาเขาบอกรักแด๊ดดี้สวีตหวานเลย แต่ผ่านมาวันเดียวหรือสองวันเขาบอกไม่อยากเจอแด๊ดดี้แล้ว แม็กซ์เปลี่ยนใจ แม็กซ์ไม่ชอบแด๊ดดี้ ผมรู้สึกว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีใครไปพูดอะไรหรือเปล่า ลูกเข้าใจผิดอะไรหรือเปล่า”

“อย่างที่สองอย่างที่ชี้แจงไปเมื่อวาน วันเกิดแม็กซ์เดือนก.ค.ผมถูกสับขาหลอก เขาบอกว่าแม็กซ์จะบินวันนี้ ให้มาเจอวันนี้แล้วกันพรุ่งนี้จะบิน ผมก็พยายามไปเจอที่ใส่ชุดสไปเดอร์แมน พอไปถึงปุ๊บเขาบอกว่า ยังไม่ได้ตอบตกลงเลย ซึ่งเขาเป็นคนบอกเองให้มาเจอกัน แล้วเขาอ้างว่าแม็กซ์ต้องไปว่ายน้ำกับเพื่อน จนผมดึงๆ จนแม็กซ์มาหาผมข้างล่าง ณ ขณะที่เจอ 15นาที ปกติแม็กซ์เจอสไปเดอร์แมนเขาจะลั้ลลากว่านี้ แต่นี่เขานิ่งจนผมต้องละลายพฤติกรรมเขาด้วยการเล่นใหญ่สุดท้ายเขากลับเป็นเหมือนเดิม และรู้สึกแปลกที่มีคนมายืนเฝ้า ผมก็โอเคไม่เป็นไรลูกไปว่ายน้ำ แล้ววันถัดมาผมไม่รู้ว่าจะไม่ได้เจอลูกแล้วผมก็จัดตารางคิวงานปรากฎว่า เขานัดตอนเช้าว่าวันนี้มารับลูกแล้วกัน ซึ่งผมก็อ้าวนัดกระชั้นชิดทำไมไม่บอกล่วงหน้า ผมนัดผู้ใหญ่นัดโน่นนี่ประชุมแล้วที่บอกว่า ไปสนามบินไปกับคุณพ่อแล้วรอเก้อ พร้อมของขวัญ เพราะเขาบอกเขาบินวันนี้ผมรอ 2 ชั่วโมง แต่ไม่เจอ วันถัดไปผมเจอลูกอยู่ทองหล่อ หลังลูกเรียนเต้นเสร็จเขาก็บินเลย เขาสับขาหลอก ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมนั่นคือฟางเส้นสุดท้ายของผม”

ซาร่าบอกว่าที่ค้านไม่ให้เป็นพ่อถูกต้องตามกฎหมาย เพราะไมค์ลดคุณภาพชีวิตแม็กซ์เวลล์ ทั้งเรื่องโรงเรียนและที่อยู่
“ผมถามพี่หนุ่มคำหนึ่งคุณภาพชีวิตของคนๆ หนึ่งเบสออนราคากับไซส์ของห้องที่อยู่เหรอครับ ผมเห็นคนที่เขาอยู่เล็กกว่านี้ก็มีความสุขได้ บางคนไม่มีบ้านก็ดูมีความสุขกว่าผมอีก ถ้าอย่างนั้นคุณภาพชีวิตตัดสินด้วยไซส์ของห้องกับราคาของห้องเหรอครับ ที่อยู่ผมไปเสนอเขาผมส่งไป 3-4 ที่ ที่แรกก็บอกว่า ที่นี่โอเคนะ 4,800 ราคาก็ถูกสถานที่โอเค เราไม่จำเป็นต้องดูสถานที่ที่แพงที่สุด แพงที่สุดไม่ได้แปลว่าดีที่สุดเสมอไป ผมเจอมาแล้ว แล้วนี่เราได้ของที่ดีกว่าและราคาที่ถูกไม่ดีกว่าเหรอ และผมก็ส่งไปอีกอัน 8,000 ลองดูและอีกอัน 13,000 ลองดู คุณลองดูประมาณนี้ แล้วผมก็หาเบสออนว่า ถ้าผมอยู่ได้คนอื่นก็ต้องอยู่ได้ทำไมคุณอยู่ไม่ได้มันเป็นความทุกข์ตอนไหน”

ห้องที่หาให้ใหญ่กว่าห้องที่ไมค์อยู่ซะอีก
“ใช่ครับตอนแรกที่ตกลงหาห้องให้อยู่มันมีเหลืออยู่ 2 ห้องห้อง 66 กับ 42 ตารางเมตร ผมเคยอยู่ 66 แล้วย้ายออก ให้ลูกย้ายไปอยู่ 66 แล้วผมย้ายไปอยู่ 42 ซึ่งห้องเล็กผมก็อยู่ได้”

“ประเด็นที่เรียน ย้อนเรื่องก่อนตอนแรกไปคุยกับเขาช่วงมี.ค.โควิดทุกคนโดนหมด ผมโดนเละเหมือนกัน ค่าใช้จ่ายผมไม่ได้มีแค่แม็กซ์อย่างเดียว ผมต้องดูแลพนักงานบริษัทออฟฟิศ ถ้าเขาไม่มีรายได้เขาจะกินอะไร ผมก็ต้องจ่ายและตัดเงินเดือนตัวเองออก ผมก็ยังมีส่วนตัว ผมบอกเขาให้ช่วยๆ หน่อยมาคุยเรื่องย้ายโรงเรียนได้ไหม ตัดลดพี่เลี้ยงได้ไหม โรงเรียนผมไปดูและทำการบ้านมาให้หมดแล้ว เลิศหล้า, เอกมัยอินเตอร์, ประสานมิตร, รีเจนท์ไปดูมาหมด ผมถามเขาไปแต่ผมก็ไม่ได้คำตอบแล้วปรากฎว่า หลายๆ โรงเรียนเริ่มปิดรับสมัครแล้วมันเหลือเลิศหล้าเพื่อนผมก็สอนอยู่ที่นั่น 10 ปี ผมก็ไปดูด้วยตัวเองทุกอย่างโอเคราคาแค่ 150,000 บาท”

“แต่เขาบอกไปลองดูที่อื่นก่อนได้ไหมเราก็ไม่เป็นไรเอาที่ยูกับแม็กซ์ไปดูก่อนว่าชอบหรือไม่ชอบ ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดก็ลากยาวมากว่าจะไปดูอะไรจัดการนานมาก ซึ่งทั้งที่เรื่องนี้จัดการได้เร็วมากแค่ 2 เดือน ผมคุยตั้งแต่ต้นปีจนตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าลูกอยู่ไหน เขาบอกพาลูกไปเรียนภูเก็ตมาตรฐานเทียบเท่าแล้วโรงเรียน ไหนล่ะครับทำไมไม่บอกผม ผมพิมพ์อะไรไปก็ไม่ตอบผมเลย”

แค่ต้องการอยากรู้ว่าลูกอยู่ไหนทำอะไรบ้างแค่นั้นเองไม่ได้ยื่นเพื่อต้องการพรากลูกไป
“ถูกครับและต้องการเจอลูกง่ายๆ และต้องการรู้มีการตัดสินใจร่วมว่าชีวิตลูกจะไปทางไหนแพลนอะไรต่อ ตั้งแต่แม็กซ์เวลล์คลอดผมดูแลตลอดตั้งแต่วันแรกที่น้องคลอดออกมาเลยจ่ายตลอดตั้งแต่คลอด”

ซาร่าเห็นตารางค่าใช้จ่ายที่เราทำแล้วเขาบอกว่า บางอันก็ใช่บางอันก็ไม่จริง
“ผมให้ทางฝ่ายบัญชีทำแฟ้มนี้ขึ้นมาประมาณต้นปีซึ่งในบัญชีนี้ไม่ได้มีแค่กราฟเมื่อกี้ผมจะแนบเอกสารที่เป็นหลักฐานการโอนต่างๆ ซึ่งเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องธนาคารอันนี้คือแยกเป็นปีๆ ในแต่ละแผ่นจะมีเอกสารพวกนี้แนบอยู่ทั้งหมดเลยค่าใช้จ่ายที่เซ็นเช็คไปอยู่ในนี้ทำละเอียดทุกอย่างหมดเลย”

“มีค่าคอนโดในนี้มีเอกสารในการเซ็นเช็คจ่ายทั้งหมด รวมถึงค่าประกันชีวิตแม็กซ์เวลล์ครับ เวลาเข้าโรงพยาบาลวันเกิดผมก็จ่ายหมดทุกอย่าง ซึ่งจริงๆ ปีนี้ผมก็คุยกับเขาว่า เด็กอย่าไปปลูกฝังให้ต้องจัดงานวันเกิดสุรุ่ยสุร่ายไม่จำเป็นต้องไปลงกับออแกไนซ์เก็บเงินไว้อย่างอื่นที่มันสำคัญกับลูกดีกว่า จัดเล็กๆ ก็ได้ไม่จำเป็นต้องขนาดนั้นชวนเพื่อนมันสำคัญที่เพื่อนที่มามากกว่า”

ขอดูหลักฐานหลังได้ดูคลิปที่ซาร่าเคยให้สัมภาษณ์ในงานอีเวนต์ว่าช่วยกันจ่ายเทอม
“ผมรบกวนให้เขาทำเอกสารบัญชีพวกนี้มาได้มั้ย ผมเป็นคนไปจ่ายหมดร้อยเปอร์เซ็นต์มีหลักฐานการเซ็นเช็คผมจ่ายคนเดียวร้อยเปอร์เซ็นต์นี่เขามาเบิกกับผมด้วย”

“สาเหตุที่ตรวจดีเอ็นเอลูกเพราะมันมีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในช่วงนั้น ผมขอไม่พูดแล้วกัน แต่การตรวจดีเอ็นเอเป็นการยินยอมทั้งสองฝ่ายซาร่าเขาเองก็เป็นคนพูดว่าตรวจก็ดีเหมือนกันเพราะตอนนั้นกระแสแรงมากตรวจก็ดีจะได้เคลียร์”

เรื่องที่บอกว่าขอไม่พูดเกี่ยวข้องกับเพจดอกจิกที่ลงล่าสุดหรือเปล่าเขาลงลักษณะว่า ซาร่าตั้งครรภ์มาก่อนเขาบอกว่าเป็นเพื่อนสนิทไมค์ไม่ขอเปิดเผยชื่อบอกว่า ทั้งสองคนตรวจดีเอ็นเอเพราะคบซ้อนตลอดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหมที่ทำให้ต้องตรวจดีเอ็นเอ
“เรื่องนี้ผมขอไม่พูดแล้วกัน ผมว่าเป็นเรื่องอดีตถ้ามาปัจจุบันจะเอฟเฟกต์ในอนาคตได้ อะไรเป็นอดีตก็ปล่อยผ่านไปเถอะครับไม่เป็นไร (เห็นแล้วใช่ไหม?)มีคนมาบอกแต่ไม่มีเวลาเข้าไปอ่าน”

“ส่วนเรื่องที่ซาร่าบอกว่าคอนโดไม่ให้อยู่ตัดไฟทิ้งจริงๆ ไม่ได้ตัดไฟครับตัดไม่ได้ อันนี้เป็นเรื่องการไฟฟ้าซึ่งช่วงโควิดเขาให้ใช้ฟรีผมไม่สามารถตัดไฟเขาได้ยืนยันว่าไม่ได้ตัดไฟ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ช่วงโควิดทุกคนก็ช็อตพี่ชายผมทำห้องเช่าพอโควิดบางทีไม่จ่ายค่าเช่าไม่มีคนเช่าก็ปล่อยห้องนี้ ตอนแรกก็ขอให้หลานอยู่ไปคุยกับซาร่าก็ยืดเยื้อจนถึงตอนนี้พอซาร่ากลับภูเก็ตผมไปคอนโดมีคนอยู่ ผมก็เอาไปบอกพี่ชายเพราะเราไม่ได้มีการทำเอกสารสัญญาเช่าเป็นกิจลักษณะ ถ้าเกิดอะไรขึ้นคนที่ซวยคือพี่ชายเพราะไม่มีการทำสัญญาพี่ชายเลยบอกว่า นิติตัดคีย์การ์ดก่อนตัดน้ำก่อนเกิดอะไรขึ้นเขาก็เลยตัดคีย์การ์ด 5 วัน”

เรื่องภาพหลุดที่ดูเหมือนซาร่าท้องแล้วมีน้องแม็กซ์เวลล์เดินตามหลัง “ผมเห็นข่าวแล้วข่าวใหญ่อยู่แต่ไม่ขอออกความเห็นถามว่ารู้จักผู้ชายที่มีข่าวว่าเป็นแฟนใหม่ซาร่าและเป็นพ่อของลูกหรือเปล่า
“อันนี้ผมเห็นในข่าวครับ (วาดินรู้จักไหม?)รู้จักครับแต่ไม่ได้รู้จักส่วนตัวอะไรมากมายเป็นนายแบบครับ”

“ถามว่าเรื่องนี้จะจบยังไงคือผมอยากให้เรื่องนี้จบเร็วที่สุดอยากให้จบตั้งแต่การไปศาลครั้งแรกซึ่งพอเขาไม่มามันยืดไปพ.ย.ผมแพลนเอาไว้ว่า เคลียร์ตรงนี้ที่ศาลปุ๊บผมจะได้กลับจีนไปทำงานแต่สรุปผมต้องแคนเซิลงานไปหลายงานและต้องรอถึงพ.ย.ผมกลับไปหารายได้ไม่ได้เลยทำอะไรไม่ได้เลย”

“ตอนนี้ผมใช้เงินเก่าจ่ายทุกคน ผมก็ต้องลดทุกอย่างลงมาจากที่เคยใช้เยอะๆ ตอนนี้ใช้แค่ 15,000 ไปซื้อของที่ซูเปอร์มาเก็ตเองทำกับข้าวเองเลิกกินร้านอาหารแพงๆ”

จากนั้นทนายเจมส์ได้เปิดเผยข้อเรียกร้อง 6 ข้อที่ซาร่าเสนอมาว่า

-ขอให้ชำระค่าเทอมโรงเรียนนานาชาติที่ภูเก็ตและจ่ายต่อไปในอนาคตในโรงเรียนระดับนานาชาติหรือเทียบเท่าจนกว่าบุตรจะจบปริญญาเอก

-ขอให้จ่ายค่าคนขับรถค่าพี่เลี้ยงจนกว่าบุตรจะดูแลตัวเองได้

-ขอเพิ่มเงินจากเดือนละ 3 หมื่นเป็น 5 หมื่นจนกว่าบุตรจะมีรายได้มากเพียงพอที่จะหาเลี้ยงตัวเองได้ถึงแม้ว่าจะบรรลุนิติภาวะแล้วก็ตาม

-ขอให้ซื้อคอนโดหรือบ้านในกรุงเทพฯให้

-ห้ามนำบุตรไปหารายได้เพื่อประโยชน์ตัวเองซึ่งความจริงแล้วข้อนี้ไมค์ปฏิเสธงานลูกตลอด แต่ทางซาร่าอ้างว่าไมค์เอาลูกลงไอจีหวังยอดไลก์ยอดวิว

-หากผู้ร้องนำบุตรไปหารายได้ถือว่าเป็นการปฏิปักษ์ต่อผู้ค้านอย่างร้ายแรงผู้ค้านมีสิทธิ์กีดกันไม่ให้บุตรไปกับผู้ร้องจนกว่าผู้ร้องจะสำนึกผิดในการกระทำ

พร้อมเสริมต่อว่า “เขาคัดค้านสองส่วนไม่ให้เป็นบิดาโดยชอบด้วยกฎหมายและคัดค้านไม่ให้มีอำนาจปกครอง ส่วนข้อเสนอน้องอาจรับทำหรือไม่ทำหรือลดหย่อนลงมาก็อยู่ที่ข้อตกลงนะครับ เขาอาจตั้งการ์ดไว้สูงก่อนก็ได้เผื่อต่อก็เป็นสิทธิ์ของเขา”

ซึ่งขณะที่ทางทนายเจมส์กำลังอ่านข้อเรียกร้องทางด้านหนุ่มไมค์ที่นั่งฟังอยู่ก็ดูจะอึ้งและนิ่งช็อคไปเลยกับข้อเสนอทั้ง 6 ข้อจนทางพิธีกร “หนุ่มกรรชัย”ตัดสินใจถามคำถามออกไปว่าหน้าไมค์ตอนนี้ดูเหมือนคนที่ชีวิตไม่มีความสุขเลย ซึ่งก็ทำเอาหนุ่มไมค์ถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่เลยดีเดียว 
“(ร้องไห้)มันหลายอย่างมันเยอะมากเลยผมก็ไม่รู้จะพูดยังไงเหมือนกันมันมะรุมมะตุ้มผมก็ไม่รู้ต้องพูดยังไงแต่ทำอะไรไม่ได้ ก็แค่ต้องเดินหน้าต่อไปใช้ชีวิตต่อไป คือถ้าเราไม่อยู่ใครจะดูแลลูก ใครจะดูแลครอบครัว ใครจะดูแลทีมงานชีวิตเหลืออีกหลายอย่างแล้วมันยังมีอีกหลายอย่างที่ผมอยากทำแล้วยังไม่ได้ทำ”

และหลังจากจบรายการโหนกระแสทางทวิตเตอร์ของโต๊ะข่าวบันเทิง 4.0 ก็ได้ลงคลิปที่ “หนุ่มกรรชัย” กอดปลอบ “ไมค์” ที่กำลังร้องไห้แบบปล่อยโฮสะอึกสะอื้นอย่างน่าสงสารหลังอัดอั้นนั่งฮึบมาตลอดรายการ

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000095253
ขอขอบคุณ : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000095253