“เบิร์ด-ฮาร์ท” ปฏิเสธ ละเมิดลิขสิทธิ์เพลงถอนตัว เลี่ยงตอบสื่อ อ้างศาลสั่งห้ามให้ข่าวทั้งสองฝ่าย



“เบิร์ด-ฮาร์ท” ขึ้นศาล ปฏิเสธละเมิดลิขสิทธิ์เพลงถอนตัว “ไบร์ท วรวิทย์” ไม่ให้สัมภาษณ์สื่อ อ้างคำสั่งศาลไม่ให้ข่าวทั้งสองฝ่าย ด้านทนายไบร์ทเปิดใจเตรียมไกล่เกลี่ย 18 พ.ย. เรียกค่าเสียหาย 5 ล้านยังไม่ได้ข้อยุติ

หลังเจ้าของเพลง ถอนตัว “ไบร์ท วรวิทย์ นิมมานศิริกุล” นักร้องนักแต่งเพลง ออกมาต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ฟ้องร้องศิลปินดูโอชื่อดัง “เบิร์ด กุลพงศ์ บุนนาค” กับ “ฮาร์ท สุทธิพงศ์ ทัดพิทัก์ษ์กุล” และบริษัทละเมิดลิขสิทธิ์ 18 ปี เรียกค่าเสียหาย 5 ล้าน กรณีละเมิดลิขสิทธิ์เพลงถอนตัวที่โด่งดังมากในยุค 90 นำไปทำอัลบั้มใหม่และนำเพลงไปร้องตามสถานที่ต่างๆ ปั๊มดีวีดี คอนเสิร์ต 30 ปี ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ออกมาวางจำหน่าย ตามศูนย์การค้าและทางแฟนเพจ โดยไม่เคยขออนุญาต จาก ไบร์ท ผู้เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์และผู้ประพันธ์เพลงตัวจริง

ล่าสุดวันนี้ (21 ก.ย.) ที่ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา อาคารเอ ศาลได้นัดไต่สวนคดีละเมิดลิขสิทธิ์เพลงถอนตัว โดยไบร์ทพร้อมด้วยทนายความ ในฐานะโจทก์ รวมทั้งเบิร์ดกับฮาร์ท พร้อมทนายความ ในฐานะจำเลย เข้าสอบคำให้การในคดีอาญา หลังเสร็จสิ้นกระบวนการในเวลา 15.20 น. ฮาร์ทกล่าวสั้นๆ ว่าศาลสั่งห้ามให้ข่าวทั้งสองฝ่าย ก่อนจะขอตัวกลับ ส่วนเบิร์ดเดินเลี่ยงหลบไปอีกทาง ด้านทนาย “ไพศิษฐ์ ชาครานนท์” ซึ่งเป็นทนายของไบร์ทได้ออกมาเผยความคืบหน้าคดีว่า

“ตอนนี้เป็นในส่วนของคดีอาญานะครับ ของคุณไบร์ทเองในการใช้สิทธ์ในการดำเนินคดี ก็ต้องบอกก่อนว่า มีในส่วนของคดีแพ่งและคดีอาญา ซึ่งในส่วนของคดีอาญา คุณไบร์ทใช้สิทธิ์ในการแจ้งความกับปอศ. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ) แล้วส่งสำนวนมาที่พนักงานอัยการ ซึ่งตอนนี้วันนี้คือวันนัดสอบคำให้การในคดีอาญา ที่อัยการท่านยื่นฟ้องอยู่ ส่วนของคดีแพ่ง ก็ได้ฟ้องร้องแยกไว้อยู่เหมือนกัน ผมว่าวันนี้ในฐานะเป็นทนายความของฝ่ายผู้เสียหาย มายื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่ไม่ได้ยื่นคำร้องเรียกค่าเสียหาย เพราะว่าเราได้ใช้สิทธิ์ฟ้องคดีแพ่ง ไว้แยกต่างหากอยู่แล้ว

ซึ่งวันนี้ผลของคดีที่สอบคำให้การ ต้องอธิบายว่าสอบคำให้การ คือเป็นวันอ่านฟ้องให้จำเลยทราบ ว่าจำเลยจะสู้ ปฏิเสธหรือรับสารภาพ ซึ่งผลของคำให้การของจำเลยคือจำเลยปฏิเสธ ซึ่งในอนาคตหลังจากนี้ไป ก็จะเป็นนัดสืบพยานกัน ก็จะอยู่ในช่วงราวๆ เดือนมิถุนายนปี 64 เลยครับ ซึ่งเขาปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา โดยหลักคำให้การในคดีอาญา ถ้าปฏิเสธ ก็ต้องปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

มีแนวโน้มคุยกันได้ทุกอย่างก็จบ
คือ ณ เวลานี้ผมมองเจตนารมณ์ของกระบวนการคดีลิขสิทธิ์ เป็นคดีที่ยอมความกันได้ ไม่ว่าจะฟ้องร้องในทางแพ่งหรือทางอาญาก็แล้วแต่ ผมเชื่อว่ามุมมองของท่านเอง ยังคงมองว่าคดีนี้ทั้งฝ่ายผู้เสียหายเอง แล้วก็ฝ่ายที่ถูกฟ้องเอง มีแนวโน้มที่จะคุยกันได้ ฉะนั้นในระหว่างทางช่วงนี้ จนถึงก่อนวันนัด ถ้ามันมีแนวทางที่คุยกันได้ และจบกันได้ ทุกอย่างมันก็จบหมด ไม่ว่าจะเป็นคดีแพ่ง หรือคดีอาญา ถ้าคุยกันได้นะ

ตอนนี้คดีแพ่งเอง ทางท่านผู้พิพากษา ใช้อำนาจในการเรียกให้คู่ความมาคุยกันก่อน แต่ในทางรูปของคดี กระบวนการของคดีแพ่ง นัดสืบพยานไว้แล้วประมาณเดือนเมษายนปี 64 แต่ทางผู้พิพากษา ท่านเรียกให้คู่ความมาเจอกัน เพื่อปรับความเข้าใจกันดู ว่ามีช่องทางไหน ที่คุยกันได้ก็คุยกัน ฉะนั้นตอนนี้เส้นทางของคดีแพ่งที่ได้ฟ้องแยกกันอยู่ อยู่ในช่วงที่นัดคุยกันที่ห้องพิจารณาคดี ในวันที่ 18 พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ครับ

ไม่ใช่เฉพาะคดีแพ่งนะครับ ที่เจรจาได้ตลอด จริงๆ แล้วทุกอย่างเจรจาได้หมด เพียงแต่ในคดีแพ่ง ศาลท่านนัดเจรจากันอีกครั้งหนึ่งวันที่ 18 ถ้าวันที่ 18 นั้น มีคำตอบที่ทุกคนพอใจ และยอมกันได้ ก็จะระงับได้หมดทั้งคดีอาญาด้วยเหมือนกันครับ”

เรื่องตัวเลขฟ้อง 5 ล้านยังไม่ยุติ แต่ในฐานะนักกฎหมายเชื่อไม่มีทางได้ถึงขั้นนั้น
“เรื่องค่าเสียหายที่คุณไบร์ทเรียกร้องเนี่ย ก็อย่างว่านะครับ ต้องอธิบายให้ทราบว่าค่าเสียหายก็เป็นสิ่งที่คุณไบร์ทเขาเชื่อว่าเขาเสียหายประมาณนั้น แต่เราในฐานะนักกฎหมายเองเนี่ย และผมเชื่อว่านักกฎหมายทุกๆ คน ก็จะมีความคิดเหมือนกัน ว่าคงไม่มีทางที่จะได้ถึงขั้นนั้นหรอก เพียงแต่คุณไบร์ทเอง เขาอาจจะต้องการสิ่งที่พูดออกมาด้วยวาจา หรือยอมรับว่าเพลงดังกล่าวเป็นเพลงของคุณไบร์ท แล้วก็จะเยียวยาอย่างไรนั้น เรื่องตัวเลขผมมองว่าก็เป็นเรื่องของเขา ที่เขาจะรับได้แค่ไหนมากกว่า

ถามว่าเขามีการต่อรองไหม ณ ตอนนี้ก็มีการคุยอยู่ในคดีแพ่ง ที่จะขอเจรจาต่อรองในตัวเลขอยู่ แต่ยังไม่ยุติกันนะครับ นั่นคือสิ่งที่กำลังดำเนินการต่อไปเรื่อยๆ หลังจากนี้ครับ”

บรรยากาศเผชิญหน้าครั้งที่ 3 ไม่ได้ซีเรียส
จริงๆ แล้วเรามีการเผชิญหน้ากันครั้งแรกไปในศาลที่นี่ ณ ชั้นประนอมแล้วก็ไกล่เกลี่ย แล้วก็เจอกันอีกครั้ง ในคดีแพ่ง ที่ศาลท่านนัดให้มาเจอกัน ครั้งนี้ถือเป็นการเจอกันครั้งที่ 3 บรรยากาศก็ไม่ได้ซีเรียสอะไร ก็คุยกันได้ ผมมองว่าคดีประเภทนี้ มันเป็นคดีที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไร มันสามารถเจรจากันได้ คุยกันได้ ส่วนข้อเท็จจริง จะจริงเท็จแค่ไหน ทางคุณไบร์ทเอง ก็จะมีข้อเท็จจริงโดยความเชื่อหรืออย่างไร ทางฝั่งคู่กรณีก็จะมีความเชื่ออย่างไรนั้น ก็ไปว่ากันในชั้นศาลตรงนั้นอีกทีหนึ่งครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000096785
ขอขอบคุณ : https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000096785