หลงเสน่ห์เมืองไทย “โจนัส แอนเดอร์สัน” หยอดคำหวานผ่านซิงเกิลใหม่ “ฝรั่งคลั่งไคล้”


หายหน้าไปนาน สำหรับ โจนัส แอนเดอร์สัน ศิลปินฝรั่งรักไทยหัวใจลูกทุ่ง ถือโอกาสอยู่ “วงการบันเทิง” มานานถึง 20 ปี ปล่อยซิงเกิลใหม่ “ฝรั่งคลั่งไคล้” เป็นบทเพลงที่เต็มไปด้วยสีสันความเป็นไทยสไตล์สนุกสนาน

โจนัส เผยว่า “มันเป็นคำใหม่ที่บ่งบอกความรู้สึกของโจนัสที่มีต่อประเทศไทย ทำให้ผมอยู่เมืองไทยได้นานขนาดนี้ ไม่ไปไหนด้วย เป็นคำหวานๆจริง แล้วผมไม่ได้สงวนฝ่ายเดียว ผมเชื่อว่าเวลาผ่านไปมีฝรั่งคลั่งไคล้เมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าเป็นลักษณะครูที่สอนหนังสือ นักพัฒนา จิตอาสา นักธุรกิจ หรือเขยฝรั่งก็มีเยอะ มันเห็นเด่นชัด มีการคลั่งไคล้เกิดขึ้นจนหลายๆคนไม่อยากไปไหน และหลายๆ สถานการณ์มีเหตุร้ายก็ช่างแต่มีมิติ มีเสน่ห์ประเทศไทยที่เกิดขึ้นจริงๆฝรั่งคลั่งไคล้ สิ่งที่อยากนำเรื่องราวดีๆ มาเล่าสู่กันฟัง มาเริ่มที่เพลงเท่านั้นเอง เพลงไม่ต้องคิดมาก ฝรั่งคลั่งไคล้ ไม่มีอะไร กิน เที่ยว คุย เพลงเป็นแนวสามช่าจังหวะโจ๊ะๆ ก็เป็นลูกทุ่งอยากให้มันเป็นเพลงพากันสนุก ในช่วงเวลาหลายๆอย่างเจอภาวะต่างๆ โศกเศร้าบ้าง มีเรื่องทุกข์ เสน่ห์ของประเทศไทยอย่างนึงไม่ว่าจะเกิดเหตุร้ายขนาดไหน แต่รอยยิ้ม สยามยังคงอยู่ อยากให้เป็นความรู้สึกแบบนั้นต่อไป เนื้อหาของเพลงเป็นการให้กำลังใจจากเพลงที่เป็นสีสันของการนำเสนอ

แม้แต่ชุดเสื้อผ้าเป็นสีสันเอ็มวีก็เป็นเรื่องสนุกเฮฮา คอมเมนต์ที่ได้มาเยอะหลังจากปล่อยเพลงนี้ออกไป เออใช่ มันต้องเป็นแบบนี้ในเวลานี้ พอเจอคอมเมนต์แบบนี้อ่านแล้วเราภูมิใจมากเพราะมันเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยทิ้งกัน เป็นความรู้สึกมีใจต่อกัน ปล่อยไปปลายกันยา ยอดวิวประมาณ 2 แสน ผมอยู่วงการมา 20 ปี ผมวิเคราะห์ตัวเอง เราต้องปรับตัวเองเพื่อเข้ากับยุคสมัย ใหม่ บางทีผมต้องแอ็กทีฟในการสื่อสารให้มากกว่าเดิม บางคนถามว่าโจนัสหายไปไหน ผมก็ว่าผมทำงานตลอดนะ แต่ตอนนี้เราต้องสื่อสารตลอด จากการโพสต์ การไลฟ์ จะต้องมีมากกว่าเดิม ก็เลยพยายามขยับเข้ามาทำคอนเทนต์อื่นๆด้วย ความเป็นฝรั่งของเราที่อยู่ในสังคมไทย ที่จะมอบให้อาจจะเป็นเคล็ดลับเรื่องภาษาอังกฤษบ้าง ยุคอินเตอร์เน็ตจะต้องเชื่อมต่อกันหมดและผมเองนอกจากงานเกี่ยวกับศิลปินผมยังทำงานที่เกี่ยวกับการตลาดด้วย การสร้างผลิตคอนเทนต์ ลูกค้าจะเป็นต่างชาติ”

ไม่ค่อยเปิดเผยเรื่องส่วนตัวเลย

“ผมมองอย่างนี้ ความเป็นศิลปินเราจะต้องเป็นคนของประชาชน ต้องเปิดทุกเรื่องราวในชีวิตพอสมควร บางคนจะค่อนข้างถือเข้ามาทำไมไม่ค่อยมีอิสระเลย ไม่มีความเป็นส่วนตัว ทำไมต้องมายุ่งเกี่ยวตลอดเวลา แต่ผมคิดว่าวิธีคิดแบบนั้นไม่ใช่ผม อยากเป็นศิลปินก็ต้องยอม พร้อมที่จะรับอะไรแบบนี้ แต่สิ่งที่ผมขอเป็นจุดบาลานซ์ในชีวิต ก็จะเป็นเรื่องชีวิตคู่ ชีวิตครอบครัว ผมขอเก็บส่วนตัวเป็นหนึ่งพื้นที่เล็กๆของผมเพราะว่าบางทีหนักเอาการอยู่นะ เราอาจจะไม่ได้ฮอตตลอดกาลแต่ก็มีคนจำเราได้ ขนาดบางช่วงไม่มีผลงานเป็นปีมีคนทัก มีคนขอถ่ายรูป”

เพราะแฟนเราไม่อยากเปิดเผยเลยเป็นเหตุให้เราไม่อยากพูดด้วยหรือเปล่า

“ใช่ครับ บางทีกดดันมากในชีวิตอะไรแบบนี้ก็เลยจะขอเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวครับ”.

อ่านเพิ่มเติม…

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1954536
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/1954536