ตุ้ย เอเอฟ เผยวีรกรรมความเจ้าชู้ ลั่นชีวิตนี้ไม่คิดแต่งงานมีลูก


ลูกชายดื้อขนาดนี้ อันนี้เป็นสาเหตุเลยไหมที่ทำให้คุณแม่ตามพี่ตุ้ยทุกฝีก้าว?
แม่น้อย : ใช่ค่ะ
ตุ้ย : ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ แม่จะเป็นคนตามลูกอยู่ตลอด โดยที่ผมไม่รู้ตัว มีเหตุการณ์ที่ผมไปเที่ยวกับเพื่อน เริ่มดื่ม ก็จะขอแม่นอนบ้านเพื่อน เขายอมนะ แต่ตอนเช้าเขานั่งรถเมล์ตามมาดู ซึ่งผมก็ไม่รู้ เพิ่งมารู้ตอนโตแล้ว

คุณแม่ตามขนาดไหน?
แม่น้อย : ช่วง ปวส.ก็ไปกับเพื่อนนี่แหละ ขออนุญาตแม่ แม่ตุ้ยขอไปลอยกระทงนะ ทีนี้เพื่อน 5-6 คนจำได้แม่นเลย ไปประมาณตีหนึ่งครึ่งโทรมาบอกว่าแม่ตุ้ยขอนอนบ้านเพื่อนนะ เพื่อนที่ไหน เมื่อกี้ให้สัญญากับแม่ว่าลอยกระทงเสร็จจะกลับ เขาฉลาด เขาให้เพื่อนช่วยกันโทร

ตุ้ย : เขาก็ปล่อยให้นอนจริง แต่ตอนเช้า
แม่น้อย : ก็ไปที่มหาวิทยาลัยเขา มันมีที่พักอยู่ ไปขอยาม ยามก็บอกว่าไม่ได้ครับคุณป้า มันไม่ถึงเวลา นู่น นั่นนี่ ยกมือไหว้ยาม ป้าขอไปดูลูกป้านิดเดียว เพราะมันบอกว่ามันมานอนอยู่ตรงนี้ เขาก็เลยให้ไป

พอไปถึงมันจะมีบานเกล็ด พอมองเข้าไปมันนอนเรียงกันเป็นแถวจริงๆ 5-6 คน แม่ก็เลยนั่งรถกลับมาที่ตัวเองทำงานอยู่ ความลับก็เป็นความลับไป เพิ่งมาเปิดเผยตอนเป็น af แม่ตามทุกอย่าง

เห็นว่าตอนที่พี่ตุ้ยเป็น af มีเหตุการณ์ชกต่อยจนต้องขึ้นศาล?
ตุ้ย : ยังไม่ถึงขนาดขึ้นศาล แต่เป็นช่วงใหม่ๆ ที่เพิ่งเข้าวงการ ลืมไปว่าบางสิ่ง บางอย่างทำไม่ได้นะ ในยุคที่คุณมีชื่อเสียงแล้ว

มันเกิดอะไรขึ้น?
ตุ้ย : คืออยู่ในผับ ในร้านเหล้าตัวเอง ในร้านมันมีเรื่องมีราวกับรุ่นพี่เรา เขาก็ห้ามกันไปมาแล้วไหลมาถึงผม ผมก็เอาซะเลย เข้ามาจำได้หมัดเดียวคือหมัดแรก คือตุ้ย af แล้วเขาจะไปแจ้งความ แต่โชคดีตัวเขาก็ผิด

รุ่นพี่ที่พาเขามาก็ผิด เขาก็เลยเตือนว่าให้มันจบๆ ไปเลยดีกว่า ก็เป็นโชคดีของเราไปไม่ได้เป็นคดีความ แต่ความเลือดร้อนของเราที่มันไม่ควร ทุกวันนี้เลยแก้ปัญหาด้วยการไม่ออกไปดื่มที่ไหนแล้ว อยู่บ้านดีกว่า

เรื่องนี้คุณแม่รู้ไหม?
แม่น้อย : ตอนแรกไม่รู้ มารู้ทีหลังจากพรรคพวกเขานั่นแหละ

เห็นว่าเรื่องเจ้าชู้เป็นอันดับ 1 เลย จริงไหมคะคุณแม่?
แม่น้อย : เยอะค่ะ แต่ก็ไม่รู้ยังไง แบบไหนนะ

เขาบอกว่าเป็นแบดบอยจริงไหม?
แม่น้อย : เขาลือกัน แต่จริงๆ มันไม่ค่อยมีมาให้เห็นนะ
ตุ้ย : มันเป็นช่วงเวลา ก่อนเป็นตุ้ย af ผมร้องเพลงกลางคืนมาก่อน แล้วผมไม่ได้ร้องร้านเหล้าธรรมดา ผมร้องค็อกเทลเลาจน์ ก็จะมีแม่น้องนางเยอะแยะไปหมด

พี่ตุ้ยเคยคุยเยอะที่สุด พร้อมกันกี่คน?
ตุ้ย : ก็มีสไลด์มือถือวันนี้เราไปส่งใครดี ช่วงเดือดๆ นะ ก็ 6-7 คนไม่เยอะๆ สมัยก่อนเราร้องเพลงกลางคืน แล้วเรายังสดๆ อยู่ เพิ่งจะ 20 แล้วสาวๆ สวยๆ เต็มไปหมด

เห็นบอกว่าทุกวันไม่มีขาด?
ตุ้ย : คือผมไม่เคยโสดนะ แต่มันไม่ได้ถึงขั้นว่าเจ้าชู้มาทีเดียวเยอะๆ มันเป็นช่วงระยะเวลา ช่วงร้องเพลงกลางคืนมันเป็นอะไรที่ห้ามไม่ได้เลย

ความเจ้าชู้ทำพี่ตุ้ยเกือบตายมาแล้ว?
ตุ้ย : อันนี้ไปเที่ยวละ เราก็จีบอะไร ได้คอนแท็กมาสักคนนึง แล้วเราก็ตามเรื่อง เราก็ได้ไปห้องเขา ทำกิจกรรมเสร็จก็มีเสียงเคาะประตู ผู้หญิงก็วิ่งไปดูที่ตาแมวแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำ เราก็อยู่ในชุดกางเกงยีนส์ตัวเดียว ไม่มีเสื้อ

ทีนี้เขาไขประตูเข้ามา เราก็ตั้งรับแล้ว เขาบอกว่ามึงรีบออกไปก่อนกูทนไม่ไหว ผมก็คว้าของออกมาเกือบไม่ทัน พอมาเล่าให้แม่ฟัง ภูมิใจในลูกตัวเองไหม
แม่น้อย : ก็สมน้ำหน้า

ตุ้ย : อันนี้เรามารู้ทีหลัง ว่าผู้หญิงพยายามเลิกกับผู้ชายคนนี้อยู่แล้ว แล้วผู้ชายคนนี้เขาก็ใช้สิทธิ์ที่เขายังมีกุญแจอยู่ ก็ยังไม่ขาด แม่น้องนางคงคิดว่าวันนี้ผู้ชายคนนี้คงไม่มามั้งก็เลยพาผมเข้าไป

หลังจากนั้นระวังมากขึ้นไหม?
ตุ้ย : ไม่ไปห้องใครอีกเลย กลัวไปเลย

เขาบอกว่าคุณเป็นคนเจ้าชู้มากเลย คุณยอมรับไหม?
ตุ้ย : มันเป็นจังหวะ ช่วงๆ ทุกวันนี้ไม่มีแล้วนะ ผมไม่ล่อกแล่ก

คนเรามันมักจะมีอดีตที่เจ็บปวด ก็เลยทำให้เรามีปัจจุบันที่เป็นการแก้แค้น แสดงว่าคุณเคยอกหัก จนทำให้คิดว่าความเจ้าชู้มันตอบโจทย์หรือเปล่า?
ตุ้ย : ก็ด้วยครับ ถ้าจะเอาแบบครั้งแรกในชีวิต ก็คงจะเป็นรักแรกของผม ก็โดนสวมเขา เราก็คบกับคนนี้ มีการไปรับไปส่งอยู่ตลอดเวลาในสมัยเรียน

มันเหมือนซีนในละครเลย แฟนเราก็ลงรถเราไปหาผู้ชายคนนึง มันมีซีนลูบหัว เราก็แบบคนนี้ใครวะ แฟนเราก็บอกว่าน้า ผมก็เอะใจกลับบ้าน กลับมาแม่ก็จะเห็นอาการลูกชายตัวเอง กินไม่ได้ นอนไม่หลับ

แม่ก็เลยมาถามเป็นอะไร ผมก็เลยบอกไปว่าที่ไปส่งตรงนี้มันบ้านของใครกันแน่ เขาก็เลยบอกไป เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน เพื่อพาไปดูว่าเรื่องราวคนนี้เป็นยังไง

เขาก็ยืนเฝ้ามอเตอร์ไซค์ผม แล้วผมก็เดินขึ้นไปจุดที่ผมไปส่ง ก็จะเห็นบานเกล็ด ข้างในมีผ้าม่านปลิวไหว ซีนที่ผมเห็นผ่านบานเกล็ดไปคือ แฟนเรานอนอยู่กับน้าคนนั้นในผ้าห่ม

เราก็แค่เคาะประตูให้เขาออกมา เขาก็ออกมาทั้งคู่ผมก็บอกว่านี่น้ามึงเหรอ แล้วผมก็กลับกันสองคนแม่ลูก ซึ่งมารู้ทีหลังจากเพื่อนของผู้หญิงเขามาบอก ดีแล้ววันนั้นที่ไม่ได้มีเรื่องมีราวอะไรกัน เพราะผู้ชายคนนั้นยืนไพล่หลังถือมีดอยู่

ระหว่างขับมอเตอร์ไซค์กลับไปร้องไห้ไหม?
แม่น้อย : ร้องไห้ด้วย ด่าไอ้ชั่วนี้ด้วย ว่าเป็นยังไงล่ะเวลาที่แม่พูด แม่เตือน คือในโรงเรียนเขาจะเอาตุ้ยเป็นแฟน แต่ข้างนอกไม่รู้ว่าคนนี้ส่งเสียอยู่หรือเปล่า เราไม่รู้

แม่ไม่ปลอบใจลูกชายหน่อยเหรอ?
แม่น้อย : ปลอบ ทุกครั้งที่ตีกัน ก็จะมานั่งลูบหัวกัน อันนี้มันคือเรื่องมันแล้วไปแล้ว เราเริ่มต้นใหม่ ทุกอย่างจะพูดคำนี้กัน แล้วตุ้ยจะค่อยๆ ดีขึ้น

แล้วการอกหักครั้งไหนที่ทำให้เกือบตัดแม่ตัดลูกกัน?
ตุ้ย : อันนี้เป็นตุ้ย af ละนะ พอเข้าวงการเราก็จะเห่อหน่อย แต่ไม่ถึงขนาดลืมตัว ก็มีผู้หญิงเข้ามาเยอะ แล้วเราก็คบกับผู้หญิงคนนี้เป็นเรื่องเป็นราวแม่รับรู้

ซึ่งไม่ได้เห็นค่าความรักที่เขาให้กับเรา เราก็จะไปเรื่อยเปื่อย โกหก เจ้าชู้แบบโง่ๆ บ้าง แล้วเราก็คิดว่าเขาคงจับไม่ได้ สุดท้ายเขามาหักดิบบอกเลิกเลย

จะตายพี่ เป็นคนดื่มหนักๆ ประมาณ 6-7 เดือน เสียทรง 3-4 ปีที่ไม่ลืมเขา พอเลิกกับเขา ผมไปเจอผู้หญิงตั้งเท่าไรก็ไม่ใช่แบบเขา มันก็เลยกลับกลายเป็นว่ายิ่งฝังใจ แม่น้อยเห็นผมเสียใจ ร้องไห้ ตอนแรกๆ ก็ปลอบอยู่หรอก

แม่น้อย : เคยแย่งโทรศัพท์ไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นด้วย แต่เขาไม่เอาไง
ตุ้ย : คือพยายามง้อแทนผม
แม่น้อย : บอกกับลูกว่ามึงอยากได้เขานักใช่ไหม มึงก็ไปอยู่กับเขาเลย ออกไปจากบ้านแม่เลย คิดซะว่าไม่มีบ้าน คิดซะว่าไม่มีแม่ อันนั้นคือไล่เรื่องจริงเลยนะ

ตัดแม่ ตัดลูกไปเลย?
แม่น้อย : ตัดแม่ตัดลูกไปเลย แม่อยู่ได้ เขาก็หันกลับมากอดแม่ แล้วก็กอดคอกันร้องไห้ ก็ค่อยๆ ดีขึ้นตั้งแต่วันนั้นมา รู้สึกโทรศัพท์ก็คุยน้อยลง ตื๊อเขาน้อยลง

พี่ตุ้ยคิดยังไงตอนที่แม่บอกตัดแม่ตัดลูก?
ตุ้ย : ไม่ได้นะ นี่แม่นะ ก็เหมือนเรียกสติกลับมาแหละกับประโยคเด็ดๆ แบบนี้ จากไม่มีสติมาตั้งหลายเดือน หลายปี ก็ถือเป็นบทเรียนที่ดี ที่ทำให้ผมหยุด แล้วไม่ทำร้ายใครแบบนี้อีก ตอนนั้นเป็น af แล้วด้วย ร้องไห้ทำงานไม่ได้

คุณแม่หวงลูกชายไหม?
แม่น้อย : ไม่หวงนะ แม่ว่าแม่ห่วงเขามากกว่า ถ้าเจอคนดีหรือผู้หญิงดี แม่คิดว่าเขาเป็นคนอยู่กับผู้หญิง เดี๋ยวไม่นานแม่ก็ตายแล้ว

ตอนนี้ลูกชายคุณแม่โสดไหม?
แม่น้อย : จะว่าโสดก็ไม่เชิง แต่ไม่มีเป็นตัวเป็นตน
ตุ้ย : ก็มีพี่ ส่วนใหญ่ผมไม่คบคนในวงการบันเทิงด้วยกัน เพราะผมเป็นคนใจแคบ ในช่วงเวลาที่อยู่ในวงการบันเทิงมาปีนี้ปีที่ 15 ก็ไม่ได้ว่าง มันมี มันเป็นช่วงเวลาการดูใจกัน

ซึ่งถ้าเกิดมันจบลงผมค่อยมาบอกทีเดียวดีกว่า ไม่อยากบอกหลายรอบตอนนี้ผมคบน้องเอ อยู่นะ สักพักเลิกกันอีกละ ด้วยความที่อายุมันมากขึ้น ความคิดมันก็เปลี่ยนไป

สมัยวัยรุ่นเราก็จะคิดอยากแต่งงาน อยากมีลูก พอ ณ ตอนนี้มันกลายเป็นว่าไม่อยากแต่งงาน ไม่อยากมีลูก ถ้าสมมติต้องจบลงเอยกับผู้หญิงที่เราคบอยู่ ไม่ได้เป็นการไม่ให้เกียรติผู้หญิงนะพี่ ถ้าต้องจบลงเอยก็คงต้องไปหาพ่อแม่เขา

ทำไมถึงคิดว่าจะไม่มีลูก?
ตุ้ย : ผมแค่รู้สึกว่าถ้าลูกออกมา ผมไม่ได้คิดจะพึ่งพาลูก ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้ แล้วแม่กับป๊าที่บ้านเขาไม่ได้ซีเรียส เขาก็ไปอุ้มเด็ก เล่นกับเด็กในหมู่บ้านแทนก็ไม่ได้ขาดอะไร

คุณแม่ไม่ซีเรียสเนอะถ้าไม่มีหลาน?
แม่น้อย : ไม่อยากมีแล้วค่ะ แก่แล้ว เลี้ยงไม่ไหว

คุณแม่เป็นห่วงอะไรพี่ตุ้ยบ้าง?
แม่น้อย : ชั่วโมงนี้แค่ต้องคอยเตือนสติกันว่าเศรษฐกิจอย่างนี้ต้องกินเป็น ใช้เป็นนะ เราจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน แล้วอีกอย่างนึงอย่าดื่มให้มันเยอะนัก

พี่ตุ้ยอยากบอกอะไรคุณแม่บ้าง?
ตุ้ย : ทุกวันนี้ดีใจ ถือว่าโชคดีที่พ่อกับแม่ผมไม่มีโรคภัยไข้เจ็บ ไม่มีโรคประจำตัวใดๆ เลย ซึ่งอยากให้เขาดูแลตัวเองอย่างนี้แหละ อย่างน้อย เราก็มีกันแค่ 3 คน พ่อ แม่ ลูก ถ้าใครเป็นอะไรไปสักคนเราต้องรู้สึกไม่ดีแน่ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2057880
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/entertain/news/2057880