ส้มเช้ง ออกกฎเหล็ก ห้ามลูกมีแฟนก่อนอายุ 30 ลั่นใครคิดจีบแม่ บอกเลยว่ายาก


ส้มเช้ง สามช่า เผยชีวิตเปลี่ยนหลังเปิดตัวลูกสาว ชวนกันรุ่ง ออกกฎเหล็กห้ามลูกมีแฟน จนกว่าอายุ 30 พร้อมเปิดสถานะหัวใจตัวเอง ใครคิดจีบบอกเลยว่ายาก

เกาะติดข่าว กดติดตามข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

ส้มเช้ง สามช่า คุณแม่สุดเป๊ะ ทั้งความสวยและความสามารถที่มีอยู่ในตัวแบบครบสูตร ได้มาเยือนรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 พร้อมเปิดใจตั้งแต่เปิดตัวลูกสาวทั้งสองคน น้องหยก และ น้องคิม งานก็ยิ่งรุ่ง รับออกกฎเหล็กห้ามลูกมีแฟนจนกว่าอายุ 30 พร้อมเปิดสถานะหัวใจตัวเองตอนนี้ ใครคิดจีบบอกเลยว่ายาก

ย้อนกลับไป จุดเริ่มต้นเราเป็นลิเกมาก่อน? “ถ้าเริ่มต้นจริงๆ พ่อแม่ไม่ได้เป็นลิเก แต่เพราะว่า พี่เท่ง เอามาติดแล้วพอติดรักษาไม่ได้เลย แต่จริงๆ ครอบครัวเป็นโต้โผลิเก คือมีเวที มีเครื่องเสียง รอบบ้านเราเขาเป็นลิเกกันหมดเลย เพราะรอบตัวเรามีแต่ลิเกมันเลยซึมซับเข้าตัวของเราไปเอง การร้องลิเกกับร้องลูกทุ่งมันจะมีความดิบมันมาจากธรรมชาติก็จะเป็นเสน่ห์แต่ละคนก็จะแตกต่างกันไป แล้วอีกเรื่องคือ การเป็นลิเกจะมีครูบาอาจารย์อยู่แล้ว ยิ่งพอแต่งองค์ทรงเครื่องจากคนที่หน้าตาดีก็ยิ่งหล่อไปใหญ่เลย แล้วลิเกจะมีการส่งสายตายิ่งมองจะยิ่งหลงใหล”

งานปังมากต่อเนื่องมาตลอด แล้วยิ่งปังไปอีก หลังจากที่ประกาศว่าฉันมีลูกสาวสองคนแล้ว? “ใช่ค่ะ แต่บอกเลยว่าลูกสาวสองคนนี้พ่อเดียวนะคะ ตอนนี้ลูกสาวคนโตอายุ 23 ส่วนคนเล็ก 22 ค่ะ ถ้าถามว่าลูกหวงแม่ไหม ต่างคนต่างหวงกันดีกว่า เราก็เป็นห่วงเขา เขาก็เป็นห่วงเรา ยิ่งลูกคนโตเราก็จะพูดว่าลูกเราหัวอ่อน เขาเป็นคนน่ารักบอกให้นั่งก็นั่ง แต่อย่างลูกคนเล็กชื่อน้องคิม เราบอกให้นั่งคำแรกที่เขาถามคือ นั่งทำไมคะ แม่จะคุยอะไร แม่จะให้ทำอะไร แต่ลูกคนโตจะต่างกันเลยเชื่อฟัง ให้ทำอะไรก็ทำว่าง่าย เราก็คิดว่าลูกเราหัวอ่อน ไม่อยากให้ลูกมีแฟนพอมีคนเข้ามาจีบ เราก็จะกันเขา เราสอนลูกรักใครก็รักได้ แต่ต้องรักแค่ครึ่งใจ เราก็สอนเขาให้เห็นถึงความเป็นจริงในปัจจุบันว่า เห็นมั้ยเวลาที่คนรักกันมากๆ แล้วรักใครรักครึ่งเดียวให้แน่ใจกับผู้ชายคนนั้นก่อนแล้วค่อยมาแนะนำกับแม่ว่าเป็นแฟน แต่แม่ขอตอนที่หนูเรียนจบปริญญาโทแล้วอายุ 30 ปี ถึงจะมีแฟนได้ ไม่ได้บังคับลูกนะคะ ลูกโอเคเลยค่ะ”

คิดว่าตัวเองเป็นแม่ที่ดุไปไหม? “ค่อนข้างดุค่ะ แต่เราจะดุเป็นเพื่อนนะ เราเลี้ยงลูกเป็นเหมือนเพื่อนคุยกันทุกเรื่อง เที่ยวด้วยกัน อยู่ด้วยกัน คุยกันทุกเรื่อง อันไหนที่ต้องเป๊ะ ก็ต้องเป๊ะ อันไหนปล่อยไหลก็ปล่อย เป็นคนที่ดีดีใจหายเป็นคนที่ดูว่าเหมือนแรง แต่จริงๆ โครตใจดี ตอนที่ลูกขอเราก็อาจจะมีบ่นๆบ้างแต่จริงๆ สุดท้ายเราก็ซื้อให้เขา เหมือนปากร้ายใจดี”

ที่บอกว่าลูกพารุ่งคือลูกสาวอยากทำช่องยูทูบ เป็นยูทูปเบอร์? “คืออยู่มาวันหนึ่งลูกบอกว่าอยากให้แม่ทำยูทูบ เราก็บอกว่าจะให้แม่ทำยังไง ไม่มีกล้อง ไม่มีทีมงาน ซึ่งลูกสาวคนโตเขาเรียนภาพยนตร์มาเขาก็ไฟแรง เขาก็บอกว่าเดี๋ยวหนูชวนเพื่อนหนูมา เราก็โอเคนัดกันมาถ่าย พอถ่ายเสร็จตัดลงวันนั้นเลยคนดูทั้งหมด 700 คนค่ะ (หัวเราะ) ซึ่งมันก็เป็นสไตล์เรา ซึ่งเราก็กลับมานั่งคุยปัญหากันมาว่าเกิดจากอะไร ลูกก็แนะนำว่าเราตัดเป็นคลิปสั้นๆ ไปลงโปรโมตใน IG กับ เฟซบุ๊ก ของแม่มั้ย”

“เราก็เลยตัดลงไปตอน EP2 คนดูเยอะเลยเป็นหลักล้านเลยค่ะ เปิดมาได้ 6 เดือนแล้วตอนนี้ เราก็เลยลงทุนซื้อกล้อง ซื้อไฟที่มันจำเป็นต้องใช้ทำงาน ตอนนี้มีทีมงานตัดต่อ ตากล้อง แล้วครีเอทีฟก็เป็นเรากับลูกสาว ลูกสาวปลื้มมากเลยค่ะ ตอนนี้ก็เริ่มมีสปอนเซอร์เข้าแล้วทุกคนดีใจมาก เราก็แบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ให้เลยว่าแต่ละคนควรได้รับเท่าไหร่ แค่อย่างบางคนที่ได้เปอร์เซ็นต์แล้วได้น้อยเราก็ให้เขาเป็นเงินเดือนไปเลย”

“ซึ่งพอได้เงินจากตรงนี้ ลูกสาวเขาก็พูดกับเราว่าหนูจะไม่ให้แม่ลำบากแล้วนะ เพราะว่าแม่ลำบากมามากแล้วเดี๋ยวหนูจะดูแลตัวเอง ซึ่งตอนนี้เขาก็รับผิดชอบผ่อนรถของเขาด้วยตัวเขาเอง แล้วต่อไปเงินเดือนแม่ไม่ต้องจ่ายหนูแล้วนะ พอเราได้ฟังน้ำตาจะไหลเลยค่ะ เพราะเราภาคภูมิใจในตัวเขา อยู่ๆ เขาพูดมาแบบนี้จุกเลย เราก็เขาว่าไม่เป็นไรลูกมันคือความรับผิดชอบของแม่ ลูกใช้ชีวิตปกติไปเถอะ ทุกอย่างเหมือนเดิม”

“เพราะว่าช่วงโควิดที่ผ่าน ส้มใช้เงินแบบกระเป๋าฉีกไปเลยช่วงนั้น เพราะเอาไปซื้อที่จ่ายเงินสด แล้วเว้นไปสองเดือนซื้อที่อีกหนึ่งแปลงก็จ่ายเงินสด แม่กำลังจะอยากได้บ้านเดือนกุมภาพันธ์ เราก็ให้เพื่อนเขียนแปลนปลูกบ้าน เริ่มปลูกบ้านโควิดก็มาเลย เพราะตอนที่เราเริ่มทำทุกอย่างโควิดยังไม่มาเพราะว่าเราคิดว่าเป็นเงินเก็บ พอตรงนี้หมดไปมันจะหมุนได้รันได้เดี๋ยวเราก็มีเงินเก็บอีก คือเงินที่เตรียมไว้คือเอาไปปลูกบ้านแม่แล้วโควิดมางานก็ไม่ได้อัดช่วงนั้น เราก็บอกลูกว่าอันไหนที่ไม่จำเป็นก็ประหยัดนะ ลูกสาวเราก็ฝังตรงนั้นไว้เลยว่า แม่ไม่มีเรากำลังลำบากแล้วนะ เราจะฟุ่มเฟือยไม่ได้”

“ปกติที่บ้านเราจะไม่ได้เป็นคนฟุ่มเฟือยอยู่แล้วค่ะ เราจะสอนลูกอยู่แล้ว ปกติลูกจะเห็นเราทำงานแต่ช่วงโควิดลูกจะเห็นว่าเราไม่ได้ไปทำงานแล้วเครียด จนถึงขนาดเราเข้าใจแล้วว่าคนที่เขาเป็นโรคซึมเศร้าแล้วจะฆ่าตัวตายเลยนะ คือวันนั้นปล่อยชั่วโมงตัวเองที่ไหลไปกับใจตัวเองนะ วันนั้นอาจะไม่มี ส้มเช้งวันนี้ก็ได้ เพราะว่าเวลาที่มันแว๊บขึ้นมามันคิดเลยว่า จะอยู่ทำไม เดี๋ยวคนในโลกก็ตาย เดี๋ยวลูกก็ตาย เดี๋ยวทุกคนข้างตัวเราก็ตาย แล้วเราจะรับได้ไหมแล้วรับไม่ได้ ตอนนั้นเราคิดแบบนั้น ตอนนั้นไม่ใช่เพราะว่าเงินติดขัดอะไรนะคะ แต่เป็นจังหวะที่ไม่ได้ทำงานเพราะว่าเราเป็นคนที่ทำงานทุกวัน ความฟุ้งซ่านของเราที่เกิดขึ้นตอนนั้นเพราะว่าเราไม่ได้ทำงาน มันว่างจนดิ่ง”

เพราะว่า ส้มเช้ง ต้องดูแลพี่น้องด้วยทุกคน? “ใช่ค่ะ เรามีพี่น้อง 6 คน ดูแล 5 คน ซึ่ง 5 คนในที่นี้เราดูแลหมดยกเว้นพี่เท่ง พี่เท่งเราจะดูแลเป็นครั้งคราว พี่น้องของส้มทุกคน ส้มพูดได้เลยว่าถ้าฉันยังมีลมหายใจอยู่ ฉันจะช่วยเหลือทุกคนให้อยู่ดีกินดี ไม่เท่าเราก็ต้องเกือบๆ เท่าเรา พี่น้องทุกคน ส้มพูดได้เลยนะรถยนต์ ส้มซื้อให้ทุกคนไม่ได้ซื้อแจกแต่เราเห็นความต้องการของเขา เพราะเราให้รถเขาเอาไปทำอาชีพ ให้เขาสามารถเลี้ยงลูกของเขาได้ไม่งั้นก็ตกที่เราอีก”

เพราะความมีน้ำใจนึกถึงพี่น้องแบบนี้ เลยทำไห้ไม่มีหนุ่มๆ เข้ามาจีบ เพราะบอกว่าจีบยาก? “เราไม่หวังพึ่งใคร เรามีความสุขที่ได้ทำงาน ได้เงิน มีเงินให้พ่อให้แม่ ผู้ชายเขาจะคิดมากถ้าจะเข้ามาหาเราคือเราคิดไงจะมายังไงเราก็มีลูกแล้วนะ แต่ถามว่าเปิดตัวว่ามีลูกมีคนเข้ามาไหมก็มีนะคะ มีทั้งผู้ชาย ทอม มาหมด แต่เอาจริงๆ เราไม่ได้คิดถึงเรื่องการมีคู่มาจะยี่สิบปีได้แล้วค่ะ เพราะว่าเลิกกับแฟนตั้งแต่น้องหยก ยังไม่สามขวบเลย เลยไม่เอาดีกว่าตัดปัญหา”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6210507
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_6210507