หายนะซีรีส์ “Joseon Exorcist” เมื่อเกาหลีชนไม่ทนปมบิดประวัติศาสตร์!


ภายหลังเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงรุนแรงจาก “เกาหลีชน” โดยเฉพาะเรื่องข้อกล่าวหาที่ว่า “พยายามบิดเบือนประวัติศาสตร์”

ข่าวแนะนำ

ถ้อยแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสถานีโทรทัศน์ SBS ระบุว่า “เนื่องจากเราทราบถึงความขัดแย้งอย่างรุนแรงที่กำลังเกิดขึ้น ณ ปัจจุบัน เราจึงตัดสินใจขอแสดงความรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ด้วยการยกเลิกการออกอากาศซีรีส์ในตอนที่เหลือทั้งหมด ถึงแม้ว่า จะจ่ายค่าลิขสิทธิ์ไปเรียบร้อยแล้ว รวมถึงขั้นตอนในกระบวนการโปรดักชันใกล้ที่จะเสร็จสิ้นลงแล้วก็ตาม

นอกจากนี้ YG Studioplex และ Lotte Cultureworks ได้ออกแถลงการณ์ร่วมกันว่า จะนำซีรีส์นี้ออกจากแพลตฟอร์มในต่างประเทศ โดยเฉพาะ WeTV โดยเร็วที่สุดอีกด้วย

“เราต้องขอโทษอีกครั้งที่สำหรับการทำให้ผู้ชมชาวเกาหลีใต้รู้สึกไม่พอใจ และ ณ เวลานี้เรากำลังดำเนินการยกเลิกสัญญา และนำซีรีส์ “โชซอน เอ็กซ์โซซิส” ออกจากแพลตฟอร์มในต่างประเทศโดยเร็วที่สุด”

“Joseon Exorcist” เป็นซีรีส์ที่ว่าด้วยการต่อสู้ของราชวงศ์โชซอนกับวิญญาณปิศาจร้าย ซึ่งมีฉากหลังเป็นรัชสมัยของ “กษัตริย์แทจงที่ 3” แห่งราชวงศ์โชซอน ที่ปกครองประเทศเกาหลีในช่วงประมาณศตวรรษที่ 15 นำแสดงโดย จังดงยุน (Jang Dong-yoon) รับบทองค์ชายชุงนยอง (Chungnyeong) และ คัมอูซอง (Kam Woo-sung) รับบทเป็นกษัตริย์แทจง (King Taejong)

โดยซีรีส์นี้ตามแผนการเดิมของ SBS จะมีทั้งสิ้น 16 ตอน ออกอากาศวันจันทร์-วันอังคาร และเพิ่งออกอากาศรอบพรีเมียร์ไปได้เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง (22-23 มี.ค.)

อย่างไรก็ดี ทันทีที่จบการออกอากาศรอบพรีเมียร์ ซีรีส์ซอมบี้ย้อนยุคนี้ถูกผู้ชมชาวเกาหลีใต้วิพากษ์วิจารณ์แสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรง เนื่องจากมองว่ามีการบิดเบือนประวัติศาสตร์ หนำซ้ำยังมีการใช้อุปกรณ์ประกอบฉากที่ออกไปในทาง “ไชนิสสไตล์” ทั้งๆ ที่เป็นซีรีส์ย้อนยุค ซึ่งมีการอ้างอิงบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในประวัติศาสตร์ของเกาหลี

โดยซีนที่ทำให้ซีรีส์ถูกเกาหลีชนวิพากษ์วิจารณ์อย่างสาดเสียเทเสีย คือ การเขียนบทให้ กษัตริย์แทจง เกิดอาการหลอนจนกระทั่งไปสังหารประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวนมาก รวมถึงยังจงใจให้ กษัตริย์แทจง เสวยน้ำจัณฑ์และพระกระยาหารของจีน เช่น เกี๊ยว ไข่เยี่ยวม้า และขนมไหว้พระจันทร์ ในโรงแรมที่ตั้งอยู่บนดินแดนโชซอน

ก่อนหน้าที่จะมีการประกาศตัดสินใจยุติการออกอากาศซีรีส์ฟอร์มยักษ์นี้ลงอย่างเป็นทางการ ทางทีมโปรดิวเซอร์ได้มีการออกแถลงการณ์ขอโทษชาวเกาหลีถึงข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น พร้อมกับให้คำมั่นว่า จะตัดซีนเหล่านั้นออกไป รวมถึงจะพักการออกอากาศชั่วคราวเป็นเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อปรับปรุงเนื้อหา

แต่การให้คำมั่นดังกล่าวกลับไม่สามารถยุติความโกรธกริ้วของชาวเกาหลีใต้ไปได้ โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงรุนแรง จนกระทั่งทำให้สปอนเซอร์บางรายถึงกลับต้องขอถอนตัวออกจากโปรเจกต์ และนั่นเองคือสาเหตุสำคัญที่นำไปสู่ “การยุติการออกอากาศลงในที่สุด”

ปรากฏการณ์หายนะของซีรีส์ “Joseon Exorcist” ทำให้บรรดานักวิเคราะห์วงการบันเทิงเกาหลีใต้มองว่า โปรเจกต์ซีรีส์เกาหลีอีกหลายๆ เรื่องมีความสุ่มเสี่ยงที่จะเกิดเหตุการณ์ซ้ำร้ายในลักษณะนี้ ยกตัวอย่างเช่น ซีรีส์ “Snowdrop” ซึ่งมีการอ้างอิงเหตุการณ์ความเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในช่วงปี 1987 และมีชื่อตัวละครที่คล้ายกับ “นักเคลื่อนไหวที่มีอยู่จริงในประวัติศาสตร์”

ขณะเดียวกัน โปรเจกต์ซีรีส์ “The Golden Hairpin” ที่ดัดแปลงมาจากเว็บนิยายชื่อดังของสถานีโทรทัศน์ tvN ก็อยู่ในข่ายสุ่มเสี่ยงเช่นกัน เนื่องจากมีเนื้อหาอ้างอิงประวัติศาสตร์จีน รวมถึงซีรีส์ดราม่าอิงประวัติศาสตร์ “Mr.Queen” ที่รีเมกมาจากซีรีส์ออนไลน์ชื่อดังของจีน ก็มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการโต้เถียงเรื่องประวัติศาสตร์ ไม่ได้น้อยไปกว่ากรณีที่เกิดขึ้นกับซีรีส์ “Joseon Exorcist” เนื่องจากใช้บริการผู้เขียนบทคนเดียวกัน

ความรู้สึกของสาธารณชนต่อการบิดเบือนทางประวัติศาสตร์นั้น แข็งกร้าวเกินกว่าที่คาดการณ์เอาไว้มาก ด้วยเหตุนี้นับจากนี้เป็นต้นไป จะต้องมีการเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจสอบบทภาพยนตร์ของซีรีส์ที่อ้างอิงประวัติศาสตร์ให้มากขึ้น รวมถึงจะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นในการทำข้อตกลงกับบรรดาผู้ให้การสนับสนุนสัญชาติจีนทั้งหลายด้วย

นั่นเป็นเพราะปรากฏการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในวงการบันเทิงของเกาหลีใต้ ณ เวลานี้นั้น เกาหลีชน เริ่มแสดงความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ กับ “ตัวอักษรจีน” ที่ไปปรากฏตามรายการโทรทัศน์สัญชาติเกาหลีใต้ต่างๆ ที่เริ่มจะมากขึ้นๆ ทุกที ภายหลังจาก จีน พยายามออกมาอ้างว่า “กิมจิ” เมนูอาหารที่เกาหลีชนสุดหวงแหนนั้น มีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน นอกจากนี้ซีรีส์ยอดนิยมของสถานีโทรทัศน์ tvN อย่าง “Vincenzo” และ “True Beauty” เองก็ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงเช่นกัน หลังมีความพยายามโฆษณาสินค้าสัญชาติจีน จนออกนอกหน้านอกตามากจนเกินไป.

ทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ รายงาน

ข่าวน่าสนใจ:

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.thairath.co.th/scoop/culture/2058175
ขอขอบคุณ : https://www.thairath.co.th/scoop/culture/2058175