“ตั๊ก มยุรา” เผยเคล็ดลับการดูแลตัวเอง วิธีทำให้หน้าเด็กและยังสาวสะพรั่ง


“ตั๊ก มยุรา” เผยเคล็ดลับการดูแลตัวเอง วิธีทำให้หน้าเด็กและยังสาวสะพรั่ง

วันที่ 23 ก.ย. 2563 เวลา 19:30 น.

สาวสองพันปี! “ตั๊ก มยุรา” เผยเคล็ดลับความสวยคงกะพัน วิธีการดูแลตัวเองให้หน้าเด็ก

เป็นเจ้าของฉายา “สาวสองพันปี” สำหรับนักแสดงรุ่นใหญ่ “ตั๊ก-มยุรา เศวตศิลา” ที่ไม่ว่าจะผ่านไปนานเท่าไหร่เธอนั้นยังคงความสวยเหมือนสตาฟเอาไว้ จนลืมอายุไปเลยจริงๆ และล่าสุดเธอนั้นได้ออกมาเผยเคล็ดลับความสวยตลอดกาลผ่านทางรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 ให้แฟนๆ ได้ติดตาม

ดูแลตัวเองทุกวินาทีแม้กระทั่งตอนอยู่บ้าน?

ตั๊ก : “ดูจนสามีนึกว่าเราเป็นประสาทหรือเปล่า แต่เราก็ไม่ได้ดูอะไรขนาดนั้น เราก็แค่ดูว่าเสื้อตัวนี้มันมีกลิ่นหรือเปล่าอย่าใส่นะ กางเกงยวนยานไปหรือเปล่าอย่าใส่นะ หน้าดำไปหรือเปล่าเติมหน่อย แต่อยู่บ้านเราจะไม่แต่งนะ แต่ก็จะมีทากันแดด ทาลิปมันอะไรให้มันมีสีหน่อย”

แต่ถึงหน้าจะไม่แต่งได้ แต่ผมคือต้องดูแลตลอดเวลา?

ตั๊ก : “หัวห้ามเหม็น แล้วคือ คุณหนุ่ย สามีเราคือเขาเป็นคนเก็บรายละเอียดตลอดเวลา คือ อย่างล่าสุดเรานอนอ้าปาก คือเราเป็นคนที่นอนหงายแล้วเวลาเราเหนื่อยมากๆมันก็คงอ้าปากออกมาเอง แล้วทีนี้ พี่หนุ่ย เขาคงตื่นขึ้นมาแล้วเห็นว่าเรานอนอ้าปาก แล้วเขาก็มาบอกเราว่า คุณสงสัยเมื่อคืนนอนหลับสนิทมากใช่ไหมช่วงนี้ ถึงนอนอ้าปาก (หัวเราะ) คือเราเลยต้องดูดีตลอดเวลา เพราะถ้าเราไม่ดูดีเขาก็มองคนอื่นด้วยไง มันก็เลยเป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องดูแลตัวเองตลอดเวลา

แต่ไม่ใช่แค่เราเท่านั้นที่ดูแลตัวเองนะคะ สามีเราอยู่บ้านเขายังคาดเข็มขัดเลย เฉพาะเราก็ต้องดูแลตัวเองให้เหมือนกับที่เขาดูแล จะมานั่งปล่อยตัวเองไม่ได้”

เป็นสิ่งที่ดีที่ถูกต้องเลยนะที่ว่าเราเป็นผู้หญิงเราต้องดูแลตัวเอง แต่เห็นว่าถ้าอะไรที่เกี่ยวกับผมยิ่งโดยเฉพาะ อะไรที่เป็น สารเคมี คือจะไม่ให้ถูกเลย?

ตั๊ก : “ไม่ใส่เลยค่ะ สเปรย์ ไม่ใส่แต่นิดหน่อย ใส่เพื่อแค่ให้จัดทรงได้แค่นั้น พอกลับบ้านเราไปเราก็ไปสระผมเลย แต่สมัยก่อนคือ ไม่ใส่เลย ผมดีกว่านี้มาก”

ยังคงสภาพความสวยงามเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยนแบบนี้หลายคนอยากรู้ว่าตอนนี้ พี่ตั๊ก อายุเท่าไหร่?

ตั๊ก : “จำไม่ได้ (หัวเราะ) จริงๆนะ  เราจำได้แค่ตัวเลขข้างหน้านิดหน่อย ขนาดเวลาที่ คุณหนุ่ย เขาจะคุยอายุเรากับเพื่อนเรายังทำตาเขียวใส่เขาเลย แล้วบอกเขาว่า คุณหนุ่ย ไม่ได้นะผู้หญิงเขาไม่บอกอายุกัน เขาก็บอกเรากลับมาว่าไม่เห็นเป็นไรเลยคุณก็ยังสวยอยู่เลย เราก็บอกว่าไม่ได้ (พี่จำไม่ได้จริงๆ) เอาเป็นว่าพอสมควรแล้ว”

คือ ที่ถามอายุไม่ใช่อะไร เพราะคือร่างกาย พี่ตั๊ก ดูไม่เปลี่ยนแปลงเลย?

ตั๊ก : “ถามว่าเราเหนื่อยไหม กับการที่เราต้องดูแลตัวเอง เราพูดกับสามีประจำเลยว่าถ้าชาติหน้ามีจริงเราอยากเกิดเป็นผู้ชาย เพราะผู้ชายมันง่ายไม่ต้องดูแลตัวเองอะไรมากมาย

พี่ไม่รู้ว่าคนอื่นดูแลตัวเองยังไงนะ แต่เราเป็นคนไม่ชอบเที่ยวกลางคืน ปาร์ตี้คืออะไรเราไม่รู้จัก ในรุ่นเราวัยเราคือการออกไปทานข้าวกับแบบครอบครัว คุยกันเรื่องงาน เรื่องทำบุญ คุยเรื่องครอบครัวเป็นยังไง แต่ปาร์ตี้เป็นยังไงเราจำไม่ได้แล้ว เพราะเราไม่ชอบ แต่เราไปเดินซื้อของบ้าง แต่เราก็ไม่ได้ไปเป็นกลุ่มใหญ่เพราะเวลาเราไปกันเยอะๆจะเสียเงินมาก เพราะจะชวนกันซื้อ เพราะฉะนั้นพี่ชอบอยู่คนเดียว เวลาว่างก็จะอยู่กับบ้านดูแลตัวเอง ถ้าเป็นไปได้ก็จะทำอาหารทานเองเพราะคนเราจะดูดีได้ต้องมาจากภายในไปสู่ภายนอก

แต่เราคือออกกำลังกายตั้งแต่อายุ 27 นะ เริ่มตั้งแต่ตอนนั้นแล้วก็ออกมาตลอดสม่ำเสมอตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าออกกำลังกาย ดูแลผิว กินอาหาร นอน ทำแบบนี้จริงๆ คือเบสิก คือ ทุกคนทำได้ แต่บางคนจะแบบวันนี้กินข้าวขาหมู แต่เราไม่เราจะบังคับตัวเองเราไม่มีวันซีทเดย์เลย เพราะเราจะทานพอดีไม่ทานเกินที่เราพอเราอิ่มเราทานได้ทุกอย่างนะ แต่ไม่ได้ตามใจมากคือ ทานมากเกินไป แต่การที่เรากินเต็มที่คือจะน้อยกว่าคนอื่น แต่พอเราทานแล้วเราจะออกกำลังกายตามอายุ ตามวัยเรา

ส่วนการนอนคือ เราจะนอนตอนห้าทุ่มแล้วตื่นสัก 7 โมงครึ่ง นอนให้ได้ 8 ชั่วโมง ทำให้หน้าเราฟูเด้งเลยนะ”

ดูแลสุขภาพดีขนาดนี้เวลาอยู่หน้าจอในเรื่องละคร เพลิงนาง ถึงได้สวยทะลุจอ แถมบทที่ได้รับยังแสบถึงทรวงสมกับที่ทุกคนรอ?

ตั๊ก : “คือ พี่ไม่ได้เป็นนางเอก นางฟ้า อะไรทั้งนั้น แต่เวลาเราเล่นละครแล้วด่าลูกขนาดนี้ชอบไหม พี่ไม่ชอบนะ เพราะยังถามผู้กำกับเลยว่าเราต้องด่าขนาดนี้ไหม ในเรื่องมันมีเหตุผลของมันว่าเลี้ยงลูกเมียน้อย เพราะ พลอย ลูกเราในเรื่องคือเขาไม่ใช่ลูกเราจริงๆ”

คือ เพราะในเรื่องเราไม่ชอบตั้งแต่แม่?

ตั๊ก : “โอ๊ย! ไม่มีใครชอบเมียน้อย เมียน้อยจะโกรธพี่ไม่ว่ากันนะ แต่คุณมีสิทธิ์เป็นเมียหลวงได้ เพราะในเรื่อง เมียน้อยก็อยู่ในบ้าน ลูกเมียหลวงก็อยู่ในบ้านเลี้ยงด้วยความแค้นเพราะฉะนั้นพอมีเรื่องอะไร คุณพรรณอร ก็จะปะทุออกมา ด่าน่ากลัวมาก คือแล้วถ่ายเขาไม่ได้ถ่ายฉากเดียวแล้วเดินพูดยิ้มไปมา แต่เขาถ่ายแบบด่า ด่า ด่า วันหนึ่งก็ 7 ถึง 10 ซีนความดันขึ้น มีอยู่วันถ่ายแล้ววันหนึ่งไปหาหมอ คุณหมอบอกเราว่าความดันเรา 170 แต่หมอบอกเราว่าไม่ต้องทานยา เดี๋ยวมันก็ลง คิดว่าเพราะเราเครียดโดยที่ไม่รู้ตัว แบบเวลาเราด่าใครคนหนึ่ง ถ้าเราด่าแต่ปากไม่ได้ เวลาเราด่าใครสักคนให้สมจริงเราต้องด่ามาจากข้างใน เวลาเราด่าเราเลยต้องโกรธจริง หูเรานี่เสียงดังเปี้ยๆ มือเราก็ชาไปหมดเลย

เราจำไว้เลยว่าเราโกรธใครมันไม่ดี แต่เวลาเรากลับบ้านไปเราจะไม่เอาความเครียดกลับด้วยนะ เวลาเรานั่งอยู่ในรถเราก็จะดีขึ้น แต่เราไม่รู้ว่าจะเก็บอยู่ข้างในหรือเปล่านะ” 

ถาม แต่หลังๆ มาเราจะเห็นหน้า พี่ตั๊ก บนหน้าจอน้อยมาเพราะเลือกรับเล่นหรือเปล่า?

ตั๊ก : “มีบทมาให้เราเลือกเยอะมากเลยนะแต่เราเลือกเยอะ จะรับแค่ปีละ 1 เรื่อง แต่ถ้ามีมากๆ ก็หัวปี 1 เรื่องท้ายปีอีก 1 เรื่อง มันจะจบแล้วมาเจออีกหนึ่งเรื่องพอดี แล้วมันจะได้คุณภาพ บทไม่ซ้ำ หน้าไม่ซ้ำ และเรามีงานมีธุรกิจที่ต้องทำ อีกอย่างที่สำคัญคือ เรามีครอบครัวที่ต้องดู ด้วยวัยของเราขนาดนี้ เราจะไปวิ่งไปมาไม่ได้แล้ว ก่อนที่เราจะรับดูทุกอย่างเลย บท ผู้กำกับ ทีมงาน ใครผลิต ดูแม้กระทั่งช่อง ถามว่ามีเหตุผลไหมที่ต้องดูเยอะขนาดนี้ มันก็มีเหตุผลนะ คือเล่นแล้วก็อยากออกมาให้คนดู ให้ดีทุกอย่างมีคุณภาพ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.posttoday.com/ent/news/633750
ขอขอบคุณ : https://www.posttoday.com/ent/news/633750