เต๋า เศรษฐพงษ์ ทั้งห่วงทั้งภูมิใจ คุณแม่อาสาลงพื้นที่เสี่ยงโควิดสมุทรสาคร


เต๋า เศรษฐพงษ์ ยอมรับตกใจ หลังทราบ คุณแม่อาสาลงพื้นที่เสี่ยงโควิดสมุทรสาคร แต่ก็ภูมิใจที่มีแม่เป็นฮีโร่ – เผยผลกระทบช่วงโควิด

เกาะติดข่าว กดติดตามข่าวสด
เพิ่มเพื่อน

วันที่ 29 ม.ค. 2564 เต๋า เศรษฐพงษ์ พอเพียง นักแสดงหนุ่ม ให้สัมภาษณ์ขณะพักเบรกถ่ายซิตคอม เรื่อง สุภาพบุรุษสุดซอย ณ แอ็กซ์ สตูดิโอ ปทุมธานี ถึงเรื่องที่ส่งกำลังใจให้คุณแม่เป็นพยาบาล และทีมบุคลากรทางการแพทย์จ.กาฬสินธุ์ เป็นจิตอาสาลงพื้นที่ไปช่วยคัดกรองผู้ป่วยโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ซึ่งเป็นพื้นที่สีแดง

โดย เต๋า เผยว่า “คุณแม่เป็นพยาบาลดูแลแผนกผู้ป่วยติดเชื้อที่ จ.กาฬสินธุ์ครับ เป็นหัวหน้าแผนก และตั้งแต่โควิดรอบที่แล้วคุณแม่ก็ลุยตลอด เพราะ 4 ทุ่ม เที่ยงคืนผู้ป่วยเข้า แม่ก็ต้องไปเช็คไปตรวจ พอมารอบนี้แม่ก็ทราบข่าวมาว่าทางสาธารณะสุข จ.กาฬสินธุ์ ก็รับสมัครอาสาสมัครที่จะมาช่วย เป็นนักรบเสื้อกราวด์มาคัดกรอง และมาช่วยดูแลทีมแพทย์ด้วย และรับอาสาสมัครมา 7 วันตั้งแต่วันที่ 25-31 ม.ค. และจะมีทีมที่อยู่ต่อด้วย แต่คุณแม่อยู่แค่ 7 วันครับ”

คุณแม่ได้ดูแลผู้ป่วยติดเชื้อโควิดไหม?
“มีครับ ที่กาฬสินธุ์ตอนนั้นมีอยู่ 1 รายถ้าจำไม่ผิดนะครับ คุณแม่ก็เข้าไปเช็กอาการ และคุณแม่ก็จะมีความรู้เรื่องโควิดเยอะเหมือนกัน เพราะคุณแม่มาอบรมตลอด เพราะเป็นสายอาชีพของคุณแม่ และหน้าที่ของคุณแม่ที่จะต้องไปบอกต่อกับชาวบ้านในการป้องกัน หรือว่าบอกกับทีมแพทย์ในการใส่ชุด และเช็คอุปกรณ์ในการที่จะตรวจครับ”

เป็นห่วงคุณแม่ไหม เพราะเป็นพื้นที่สีแดงด้วย?
“ผมไม่ทราบมาก่อน ตอนแรกน้องสาวผมบอกว่าแม่ถึงอยุธยาแล้วนะ ก็นึกว่าจะมาหาผมที่กรุงเทพฯ ผมก็เลยถามแม่ว่าจะมากรุงเทพฯ กี่วัน แม่ก็บอกว่าไม่ได้ไป แต่ไปมหาชัย ผมก็ตกใจว่าแม่ไปทำไม แม่ก็เลยส่งมาให้ดูว่าเขามีอาสาสมัครมาจากสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ก็เลยส่งตัวแทนมา 2 คนก็คือคุณแม่และแพทย์อีกหนึ่งท่าน ก็เลยตกใจนิดนึงว่าแม่มาพื้นที่สีแดงด้วย ผมก็ถามว่าแม่มาทำอะไร แม่ก็บอกว่าไปช่วยเขาตรวจ ไปช่วยทีมแพทย์ที่เขาอยู่ก่อนหน้านั้น ก็ตกใจเหมือนกันครับ เพราะคุณแม่ก็อายุเยอะแล้ว”

เราบอกแม่ไหมว่าให้ดูแลตัวเอง?
“บอกครับ เพราะที่บ้านเป็นห่วงมาก เช็คตลอดว่าแม่อยู่ไหน ทำอะไร ใส่ชุดดีหรือเปล่า อาการเป็นยังไงบ้าง เมื่อเช้าผมก็โทรไปหาคุณแม่ แม่ก็บอกว่าโอเค ตอนนี้ตรวจได้เยอะเหมือนกัน ที่มหาชัยยังเป็นพื้นที่สีแดงอยู่ และอาจจะต้องดูว่าเขาจะผ่อนปรนเมื่อไหร่ในการดูแลแต่ละเขต แต่แม่บอกว่าน่าจะถึงประมาณสิ้นเดือนเลย ก็เป็นห่วงครับ”

ต้องเช็คทุกชั่วโมง ?
“ไม่ถึงชั่วโมงครับ เขาก็มีทีมดูแลของเขาอยู่”

ภูมิใจในตัวแม่ไหมที่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยง ?
“จริงๆ ก็ดีใจที่คุณแม่เป็นฮีโร่ สำหรับทุกคนที่ต้องการทีมแพทย์ไปช่วยเหลือ ก็ภูมิใจในฐานะลูกชายคนหนึ่ง ถึงแม้คุณแม่จะอายุเยอะแล้ว แต่ก็ยังลุยเต็มที่ ผมก็ลุ้นให้คุณแม่เกษียณสักทีมา 10 ปีแล้ว คุณแม่บอกชอบทำงาน อยากจะทำหน้าที่เป็นพยาบาลต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นกำลังใจให้คุณแม่ครับ แล้วคุณแม่ก็ขอบคุณพี่ๆนักข่าวด้วยที่ทำข่าว แล้วฝากเป็นกำลังใจให้กับทีมงานด้วย”

คุณแม่อายุเท่าไหร่แล้ว ?
“น่าจะ 57 แล้วครับ (สุขภาพแข็งแรงดี) ก็มีช่วงที่ไม่แข็งแรง ตอนนี้ก็แข็งแรงมากขึ้นแล้วครับ”

ทางสมุทรสาครขาดกำลังคนเลยขอหน่วยอาสาไปช่วย ?
“ใช่ครับ เขารับอาสา ก็แสดงว่าขาดบุคลากรเยอะอยู่เหมือนกัน แล้วผู้ป่วยก็เยอะมากอย่างที่รู้กัน แม่บอกว่าวันหนึ่งก็หลักร้อยเกือบๆ หลักพัน แล้วตอนนี้ก็ยังไปไม่หมดด้วย แม่ก็คิดว่าต้องปิดตลาด ปิดพื้นที่ เพื่อจะลุยตรวจเต็มที่อย่างเดียว แล้วก็ต้องรอผลด้วย แล้วก็ต้องดูแลคนป่วยด้วย ก็จะมีหลายฝ่าย ส่วนคุณแม่ก็จะเป็นฝ่ายดูแลหน่วยแพทย์ที่ออกไปตรวจ”

อย่างคนที่จะไปคลุกคลีกับผู้ป่วยส่วนมากจะไม่ได้กลับบ้าน คุณแม่เรามีบ้างไหม ?
“ตอนอยู่ที่กาฬสินธุ์ตอนนั้นคุณแม่ไป-กลับ เพราะคุณแม่อยู่เดียว แต่ก็มีคุณพ่อกลับไปดูแลคุณแม่ ก็แยกห้องนอนกัน แต่พอ 4 ทุ่ม หรือ เที่ยงคืน คนไข้มาตรวจก็ต้องออกไปดู ช่วงนั้นก็ทำงานหนักเหมือนกัน ทีมแพทย์ที่โรงพยาบาลก็หนัก ไม่ได้หลับได้นอนกัน บางทีคุณแม่กลับตี 3 ตี 4 ก็มี”

เสร็จหน้าที่ที่สมุทรสาครวันที่ 31 ม.ค. แล้วหลังจากนั้นต้องกักตัวไหม ?
“กักตัว 14 วันครับ ก่อนที่จะออกมาทำงานที่โรงพยาบาลได้ปกติก็กักตัวอยู่ที่บ้านจังหวัดกาฬสินธุ์ก่อน”

อยากบอกอะไรกับพี่ๆ ทีมงานพยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ไหม?
“ครับ พี่ๆ ก็บอกคุณแม่ว่าอยากจะถ่ายรูปกับน้องเต๋า ได้มาทำงานกับแม่ดารา เขาก็ดีใจ อยากเจอน้องเต๋า แต่แม่ก็บอกว่าเดินทางไปไม่ได้ สมุทรสาคร ก็เดี๋ยวกักตัว 14 วันเสร็จ เดี๋ยวกลับไปถ่ายรูปด้วยนะครับที่จังหวัดกาฬสินธุ์นะครับ เป็นกำลังใจให้พี่ๆ ทีมแพทย์จากทั่วประเทศไทยเลยครับที่ทำหน้าที่เป็นนักรบที่จะช่วยให้โควิด-19 หมดไปจากประเทศไทย คุณแม่ก็ฝากบอกทุกๆ คนด้วยว่าให้ระมัดระวังตัว ดูแลตัวเองให้ดีที่สุด ไม่ปล่อยปละละเลย เราต้องมีหน้าที่ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ต้องดูแลตัวเองให้ดีก่อน ไม่ประมาทในช่วงนี้เพราะว่ามันไปไวมาก”

เราได้รับผลกระทบยังไงบ้าง?
“เยอะมากครับ อีเว้นต์โดนแคนเซิลตั้งแต่ปีใหม่เลยครับ แต่ก็ต้องตามนั้นครับเพราะจะต้องให้โควิดหายก่อนถึงจะกลับมาทำงานได้ปกติ แต่ช่วงนี้ก็ยังดีมีซิตคอมให้ถ่ายอยู่ และทำคอนเทนต์ออนไลน์ไป ทำอะไรเท่าที่ทำได้ก่อนในสื่อออนไลน์ที่ทำได้แต่อีเว้นต์ยังไม่มีครับ”

ช่วงนี้ไม่ไปในพื้นที่เสี่ยง ไม่ไปงานปาร์ตี้?
“ไม่ครับ ช่วงนี้คงไม่ไป ต้องดูแลตัวเอง ไม่งั้นเดี๋ยวทีมงานทีมละครจะเดือดร้อนกัน”

เป็นดาราต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษไหม ต้องเจอคนเยอะๆ ในการไปทำงานแต่ละที่?
“ใช่ครับ มันก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน เราไปกินข้าวบางทีคนก็อยากจะถ่ายรูปด้วย เราต้องใส่แมสเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดี ถ้าบางทีคนที่ใกล้ชิดอย่างกองละครเขาจะมีการตรวจเช็กอยู่แล้ว มีมาตรการประมาณนึง เราก็ต้องเป็นตัวอย่างก่อนครับ ถ้าเป็นอะไรพลาดขึ้นมาอยู่หน้าสื่อจะเป็นเรื่องที่ไม่ดี”

คุณแม่มีคำแนะนำอะไรเราเป็นพิเศษไหม?
“คุณแม่ก็บอกว่าไม่ต้องออกไปข้างนอกเยอะ ไปเท่าที่จำเป็นและอย่ารวมตัวกันเยอะ งดกินหมูกะทะก่อน”

ซิตคอมมีเรื่องราวเกี่ยวกับโควิด พยายามสื่อสารนำเสนอตอนใหม่เชื่อมกับสถานการณ์?
“ซิตคอมก็สะท้อนเกี่ยวกับสังคมปัจจุบันอยู่แล้วครับ ให้ทันกระแสอยู่แล้วก็จะมีเรื่องโควิดด้วย เรื่องการเรียนการสอนด้วย ก็รอติดตามได้ครับ จะมีข้อคิดสำหรับหลายๆ คนน่าจะสนุกครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5843672
ขอขอบคุณ : https://www.khaosod.co.th/entertainment/news_5843672